Profil de NuNingSawatdee JawPhotosBlogListesPlus Outils Aide

Blog


ข้ามลำน้ำโขงเข้าประเทศลาว



จากผาตั้ง แรดเข้าลาว

อารมณ์ต่อเนื่องจากสบายดีหลวงพระบาง ก็เห็นว่าออกจากผาตั้งแล้วยังไงเสียก็ต้องมุ่งหน้าเข้าเชียงของอยู่แล้ว จึงลองอ้อมแอ้มชวนดู ทุกคนก็ยอมแต่โดยดี ใบตองทำหน้าเบื่อๆเพราะข้ามโขงเข้าลาวบ่อย ส่วนคนอื่นๆอะไรก็ได้ เราแอบตื่นเต้นนิดหน่อยเพราะไม่เคย กรี้สสสสสสสสสสสสส

แต่แล้วก็เริ่มงุงิกับค่าข้ามแดนที่หยุมหยิม ไม่รู้มันจะทำอะไรหลายด่านหนักหนา

แต่พอลงเรือล่องข้ามลำน้ำโขงก็เย็นใจ หายเบื่อไปได้นินุง



แล้วก็อารมณ์เสียอีกรอบเพราะโดนโกงค่าเข้าเมืองอีกคนละ 20 บาท อารมณ์อยากฆ่าลาวพุ่งกระฉูด ก่นด่ามันในใจจนบรรพบุรุษมันสดุ้งจากหลุมอีกร้อยรอบ เข้าประเทศลาวทาง แขวงบ่อแก้วนี่ไม่มีอะไรเหมือนด่านชายแดนอื่นๆ เราต้องเหมารถสองแถวเที่ยวรอบๆเมืองเค้า ค่าเหมารถสองแถวคนละ 100 บาท พี่พัดต่อรองให้ลดให้ 100 เค้าก็ยอมลดให้ แต่...ก็ยังเหมือนโดนลาวหลอกอยู่ดีเพราะสายตามันแปลกๆยังไงๆชอบกล รอบเมืองก็ไม่มีอะไรเลย มิน่าหล่ะใบตองมันทำหน้าเบื่อๆ พี่เข้าใจแกละ


แบกความไม่ทับใจกลับจากแขวงบ่อแก้วอีก10กิโล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะตัดใจจากหลวงพระบาง หุหุ

 

จากภูชี้ฟ้ามุ่งหน้าเข้าภูผาตั้ง


ภู 
ผา 
ตั้ 
 
 
     
Bye Bye ภูชี้ฟ้า มุ่งหน้าเข้า ภูผาตั้ง


หน้าหนาวทุกปี พ่อจะขึ้นไปวาดรูปที่ภูชี้ฟ้าเสมอๆ จากภูชี้ฟ้าพ่อจะมุ่งหน้าเข้าไปวาดรูปที่ผาตั้งด้วยเหมือนกัน ครั้งหนึ่งที่พ่อบอกกับเราว่า "เข้าผาตั้งสิลูก สวยนะ" แต่เรากลับไม่ได้สนใจฟังมากเท่าไหร่ นิสัยนะนิสัย แต่พอพ่อบอกว่า "อย่ากินอะไรที่ภูชี้ฟ้าเลย ไปอีกนิดที่ผาตั้งขาหมู-หมั่นโถวอร่อย" ไอ้ประโยคนี้แหละเสือกจำขึ้นกะบาล อีกทั้งวันนี้ป๋าบอยยังเสริมทัพความอร่อยของมันด้วยการบอกเล่าเราต่ออีกว่า "อือใช่ เคยอ่านเจอพันโทโอภาสเขียนไว้ว่าที่นี่ขาหมู-หมั่นโถว อร่อยม๊าก แต่จำชื่อรีสอร์ตที่แกพักไม่ได้หน่ะสิ เอาไงดี กลัวผิดร้านจัง"

และก็เป็นอย่างที่คาดคิด พอเข้าเขตผาตั้งเท่านั้นแหละ มีป้ายขาหมูล้านแปดป้าย "นั้น มันดักควายตั้งแต่เลี้ยวแรกเลยวุ้ย" เสียงป๋ากลั้วหัวเราะพวกเราได้แต่ยิ้มตาม มองป้ายขาหมูสองข้างทางจนตาลาย แต่ยังไม่รีบมากทั้งที่หิวจนไส้กิ่ว ป๋าพาขับรถจนทั่วผาตั้ง ที่นี่ที่พักก็สวยใช้ได้เหมือนกันแต่บ้านเรือนนั้นดูจะสกปรก ป๋าบอกว่าผู้คนที่นี่เป็นพวกเดียวกันกับที่แม่สลอง เป็นไต้หวันที่อพยพข้ามมา แล้วป๋าก็พูดอะไรต่ออีกยืดยาวตามประสาคนชอบอวดภูมิ เราเลยทำเป็นไม่สนใจแกจะได้หยุด


และเมื่อเราวนไปมาได้สองรอบทุกคนจึงเป็นกังวลว่าเราไม่น่าจะเดาร้านได้ถูก เราจึงเสนอไปว่า "โทรถามพ่อสิ พ่อรู้ทุกร้านที่อร่อย" พี่พัดไม่รอช้าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งให้ใบตองกดถามพ่อ คำตอบปลายสายบอกมาว่า "หาโรงเรียนให้เจอ มันอยู่แถวโรงเรียน แถวนั้นมีร้านเดียวเท่านั้น" โป๊ะเช๊ เมื่อได้คำบอกใบ้จากพ่อแล้วจึงแวะจอดถามทางจากคนพื้นที่ว่าโรงเรียนนั้นอยู่ที่ใด เขาย้อนถามเราว่า "โรงเรียนจีนรึโรงเรียนไทยหล่ะ?" เง้อ ...หนูไม่รู้คร่า จะโทรไปถามพ่ออีกก็ดูจะไม่สนุก เพราะหมู่บ้านเล็กๆ ไม่น่าจะหายากหาเย็น กะอีแค่โรงเรียน และเมื่อขับรถวนอีกนิดเดียวก็เจอโรงเรียนไทยที่หัวโค้งมีร้านอาหารชื่อร้านบ้านดิน ขึ้นป้ายว่า อาหารยูนาน ขาหมู-หมั่นโถว และมีร้านเดียวเหมือนคำบอกทางของพ่อ ทุกคนมองหน้ากันแล้วฟันธงว่า ร้านนี้ชัวส์


เจ้าของร้านสุภาพมาก แกยกน้ำชามาเสริฟ ห้องน้ำก็ใช้ได้ ชิมอาหารไป 4 อย่าง ขาหมู-หมั่นโถว นั้นคงไม่ต้องพูดถึง หมั่นโถวนั้นอร่อยกว่าที่ดอยแม่สลองร้อยเท่า ไม่แข็งแห้งชืด หมั่นโถวแป้งนุ่ม หอมมั่กๆ ที่อร่อยตามมาก็ผัดถั่วลันเตา ผัดยอดฟักแม้ว แอบเห็นในครัว เค้าลงโครมไฟลุกท่วมกะทะ ดุเดือดมาก แล้วก็มีอีกอย่างที่จะแนะนำมันชื่อผักดองยูนาน รสชาดคำแรกนั้นไม่คุ้นปากคนไทยเท่าไหร่ แต่คำที่สามสี่อร่อย หนาวนี้ใครได้มาเยือนเมืองเหนือ มาชี้ฟ้า มาผาตั้งก็ลองแวะชิมดูนะ ร้านที่แม่สลองหลบไปไกลๆเลย 

บันทึกหน้าที่ 2 กับภูชี้ฟ้า


ภู 
ชี้ 
ฟ้า 
       

วันศุกร์ที่ 24

โดดงาน

มุ่งหน้า

ขึ้นไปภูชี้ฟ้า

ไปเที่ยวแบบไม่ได้เตรียมตัว ไม่ได้เตรียมอะไรไปเลย ไปมันชุดเดียวนี่แหละ กะว่าเหงื่อคงไม่ออก ตัวคงไม่เหม็นอะไรมาก แบบว่าซกมกคิดเข้าข้างตัวเองอ่ะคร่า ที่หยิบติดมือไปก็โทรศัพท์ที่เป็นเครื่องมือหากิน ซึ่งมันไม่มีประโยชน์เพราะข้างบนนั้นไม่มีคลื่น พกให้มันดูดีไว้เท่านั้นเอง แล้วอีกอย่างที่น่าอายมากคือกะทะหมูกะทะ กะจะแวะซื้อเนื้อที่เค้าหมักไว้พร้อมไปด้วย 2 กิโล ไม่รู้ว่าเอาไปกินหรือยัดลงท้อง ส่วนผักสดนั้น ก็ไปหาซื้อที่หมู่บ้านเอา คิดไปเองว่าผักแม้วนั้นมันต้องสดกว่าผักที่เราซื้อที่ตลาดเป็นแน่

ขับรถฝ่าสายฝนต๊องแหน่งๆไปเรื่อยๆไม่รีบร้อน เพราะมีเวลาเหลือเฟือ โลกนี้เป็นของเรา หุหุ ถึงภูชี้ฟ้าเกือบ4โมงเย็น เข้าที่พักเจ้าประจำคือ
ภูชี้ฟ้าอิน เป็นรีสอร์ทเดียวที่ตั้งติดผาด้านซ้าย วิวจะสวยที่สุด อีกอย่างก็รู้จักกัน จากราคาที่พักบ้านหลังใหญ่ราคา 2.500 บาท เค้าจะลดให้เหลือ 1.200 บาท ว่าจะต่อรองเหลือพันเดียวก็กลัวจะน่าเกลียด 55
เข้าที่พักเรียบร้อยก็เกี่ยวแขนพี่พัดออกไปเดินเล่นในหมู่บ้านหาซื้อผักและเครื่องดื่ม ส่วนเตากับถ่าน หน้าด้านยืมเจ้าของรีสอร์ทเอา และเค้าก็ใจดี[รึ จำใจ]ให้ยืมด้วย คริๆ

หลังจากอิ่มหนำสำราญแล้วก็นั่งทำเก๋กินบรรยากาศแกล้มเบียร์ที่ระเบียงห้องพัก สักทุ่มกว่าๆ ได้ยินเสียงเด็กๆร้องเพลงภาษาม้งกันมาเป็นขบวนแล้วก็มาหยุดที่หน้าบ้านพักของเรา เสียงเด็กผู้หญิงคนหนึ่งถามขึ้นว่า "อยากจะชมการแสดงของเผ่าม้งไหมคะ แล้วแต่สินน้ำใจนะคะ" เราเฉยๆ กำลังดื่มด่ำกับเบียร์เย้นเย็นอยู่ แต่คนอื่นๆอยากดูกันมากจึงตกลงให้น้องๆเผ่าม้งเค้าแสดงให้ดู จะถือว่าเป็นความโชคดีได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ที่ได้ฟังเพลง "เด็กดอยใจดี" จากเจ้าของภาษา แหม่มันไม่มีเพี้ยน

เมื่อเด็กๆเผ่าม้งกลับไปก็ถึงเวลาพักผ่อน ก่อนนอนนัดแนะกันว่าเราจะตื่นขึ้นภูกันตอนตีห้านะ อย่าสายล่ะ

แต่ก็เป็นอย่างที่คิด ตื่นกันเจ็ดโมงครึ่ง สายกันทุกผู้ทุกคน ยังดีที่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้นจึงรีบขึ้นไปบนภู หมอกหนาตามาก และแน่นอนว่าคนที่ขึ้นรั้งท้ายคือเราเอง พยายามสุดชีวิตกับ 800 เมตรแม้ว มีคำถามในใจทุกๆครั้งที่ขึ้นภูว่า "มัน 800 เมตรจริงเหรอวะ? แม้วหลอกกูป่าวเนี้ย" แต่ก็ยอมโดนหลอกเสียทุกๆครั้งไป

เส้นทางแสนจะลำบากแต่ก็ถึงจนได้ นั่งรอพระอาทิตย์ขึ้นอยู่นาน แต่ก็โชคไม่ดีเพราะฟ้าไม่เปิดจึงมองไม่เห็นพระอาทิตย์ขึ้นที่ฝั่งลาว ตัดใจลงมาทั้งที่ยังอยากจะนั่งรอต่อ

ลงไปช่วยกันเก็บข้าวของที่มีไม่มากขึ้นรถ ปิดประตูรถได้เราจึงเสนอว่า "ไปภูผาตั้งต่อกันมั้ย มีขาหมูหมั่นโถวอร่อยๆนะ" เมื่อทุกคนยอมเออ ออห่อหมกกับเรา มื้อเช้าจึงฝากท้องที่ปลายทางที่ต่อไป

บันทึกหน้าที่1


วั 
 
อ 
นา 
 
 
 


ตั้งแต่ออกโรงพยาบาลมา เที่ยวสะบัด ตะบี้ตะบันเที่ยวอย่างไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย เที่ยวไกลใกล้ไปดะ ทั้งๆที่แต่ก่อน ใครก็อย่าได้หวังพรากเราจากจอคอมฯได้เลย

ปิดเทอมนี้

ใบตองน้องเลิฟติดกิจกรรมมากมาย มากเสียจนเกือบจะไม่ได้มาเยี่ยมพี่สาวที่เพิ่งหายจากอาการเจ็บป่วยปางตาย [เวอร์ซ้า]มันจะทำอะไรมากมายไม่เข้าใจมันเลย แต่ที่สุดเธอก็สละเวลา[โหดูเป็นบุญเป็นคุณจังวะ]มาเยี่ยม ดีใจจังแม้จะไม่กี่วันก็สนุกกันน่าดู

วันแรก

ลากน้องไปไหว้พระที่วัดอนาลโย ดูดีจัง ยกโขยงไปไหว้พระ แต่ก็เล่นเอาหืดขึ้นคอกว่าจะเดินได้ทั่วเพียงบางส่วนเท่านั้น เดินกันขาลากป๋าจึงพาไปทานข้าวที่ร้านอะไรสักอย่าง จำไม่ได้ แต่ก็อร่อยดี บรรยากาศสวย

อิ่มหมีพลีมันเสร็จสรรพ

ก็ยกโขยงกันไปหาย่า ไปนอนกลิ้งผึ่งพุงกัน ย่าดีใจมากที่ลูกหลายป้วนเปี้ยนกันเต็มบ้าน ไม่มากนักที่จะเห็นย่าหัวเราะ แกกุลีกุจอทำอาหารเย็นให้ รีบเสียจนหอบเป็นระยะระยะ ดีใจจังที่เห็นย่ามีความสุข พุงปลิ้นค่ะงานนี้  

กรอบสีชมพู



**商 品 説 明**

ここに商品についての説明を


**発 送 方 法**

ここに発送方法を


**お 支 払 い 方 法**

ここにお支払い方法を


**コ メ ン ト**

ここにコメントを



<DIV align=center><BR>
<CENTER>
<TABLE cellSpacing=1 cellPadding=0 width=434 bgColor=#d0c0da border=0>
<TBODY>
<TR>
<TD align=middle bgColor=#ffffff><IMG height=54 src="http://cuty-make.info/template/wall_c_heart05_07.gif" width=108 border=0><IMG height=54 src="http://cuty-make.info/template/wall_c_heart05_07.gif" width=108 border=0><IMG height=54 src="http://cuty-make.info/template/wall_c_heart05_07.gif" width=108 border=0><IMG height=54 src="http://cuty-make.info/template/wall_c_heart05_07.gif" width=108 border=0><BR>
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=10 width=400>
<TBODY>
<TR>
<TD vAlign=top align=left><FONT color=#d0c0da size=1>**商 品 説 明**<BR><BR></FONT><FONT color=#999999 size=1>ここに商品についての説明を<BR><BR><BR></FONT><FONT color=#d0c0da size=1>**発 送 方 法**<BR><BR></FONT><FONT color=#999999 size=1>ここに発送方法を<BR><BR><BR></FONT><FONT color=#d0c0da size=1>**お 支 払 い 方 法**<BR><BR></FONT><FONT color=#999999 size=1>ここにお支払い方法を<BR><BR><BR></FONT><FONT color=#d0c0da size=1>**コ メ ン ト**<BR><BR></FONT><FONT color=#999999 size=1>ここにコメントを<BR><BR><BR></FONT></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR></TBODY></TABLE><A href="http://www.jttk.zaq.ne.jp/tear/" target=_blank><FONT color=#d0c0da size=1></FONT></A></CENTER></DIV> 

(--)Y




****

หลายวันผ่าน เกิดอาการไม่อยากเขียนบันทึก มันนึกอะไรไม่ออก
เป็นโรคสมองตีบตันโดยฉับพลัน อาการอยู่ในขั้นโคม่า หมอไม่อาจช่วยได้ ขึ้นอยู่กับกําลังใจของผู้ป่วยอย่างเดียว แต่ถ้าอ้นมาช่วยดูแลก็ไม่แน่ว่าจะหายได้ทันทีที่สั่งแอ็คชั่น เทคหนึ่ง กา~รี้ดดดด~ ไม่อยากจะบอกเลยว่าในคลิบอ่าฉ้านนนเอง --! กล้าทําก็กล้ารับ 5555+ 
....ใครก็ได้ ช่วยบีบคอเค้าที หื่นไม่บันยะบันยัง...

คงจะเป็นเอ็ฟเฟ็กซ์หลังจากหายอาการป่วยไข้นั่นเอง เหนอะ


****

 

กรอบน้องปลา



<DIV align=center><BR>
<P align=center><IMG height=72 src="http://cuty-make.info/template/saka002.gif" width=78 border=0></P>
<CENTER>
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=0 width=500 border=0>
<TBODY>
<TR>
<TD align=middle><IMG height=23 src="http://cuty-make.info/template/lin114.gif" width=250 border=0><IMG height=23 src="http://cuty-make.info/template/lin114.gif" width=250 border=0></TD></TR>
<TR>
<TD align=middle>
<TABLE cellSpacing=0 cellPadding=20 width=500 border=0>
<TBODY>
<TR>
<TD align=left bgColor=#e9feee><FONT color=#679fb8 size=1><BR>**<FONT size=3>เมื่อวานเย็น</FONT>**<BR><BR></FONT><FONT color=#999999 size=1>ここに商品についての説明を<BR><BR><BR></FONT><FONT color=#679fb8 size=1>**発 送 方 法**<BR><BR></FONT><FONT color=#999999 size=1>ここに発送方法を<BR><BR><BR></FONT><FONT color=#679fb8 size=1>**お 支 払 い 方 法**<BR><BR></FONT><FONT color=#999999 size=1>ここにお支払い方法を<BR><BR><BR></FONT><FONT color=#679fb8 size=1>**コ メ ン ト**<BR><BR></FONT><FONT color=#999999 size=1>ここにコメントを<BR><BR><BR></FONT></TD></TR></TBODY></TABLE></TD></TR>
<TR>
<TD align=middle><IMG height=23 src="http://cuty-make.info/template/lin114.gif" width=250 border=0><IMG height=23 src="http://cuty-make.info/template/lin114.gif" width=250 border=0></TD></TR>
<TR>
<TD align=middle><BR></TD></TR></TBODY></TABLE></CENTER></DIV>




อาหารของย่า

บ่าย 3
เกิดอาการอยากกินปลาสร้อยย่างเกลือ นั่งน้ำลายหนืดนึกถึงภาพปลาสร้อยตัวกำลังพอดีนอนท้องป่องเรียงรายกันบนเตาไฟอ่อนๆเสียงดังฉี่ฉ่า ฉี่ฉ่า...โอ๊ว ไม่รอช้า คว้าโทรศัพท์กดหาย่าทันที แต่คำตอบปลายสายก็ชวนให้เซ็งจิตไปนิดหนึ่ง ย่าบอกว่าวันนี้ไม่มีปลาสร้อยขาย มีแต่ปลาช่อน จึงบอกย่าว่า "ไม่เป็นไร ไม่มีก็ไม่เป็นไร เย็นนี้จะไปกินข้าวด้วยนะ"
4 โมงเย็น
เก็บทุกสิ่งทุกอย่างบนโต๊ะทำงานเข้าที่เข้าทางเรียบร้อยแล้วก็หันไปยิ้มหวานให้คุณบอย ส่งสายตาบอกเป็นนัย นัยว่า "ไปสตาสรถรอสิจ๊ะเธอจ๋า ออกเกมส์บัดเดี๋ยวนี้" แม้สายตาที่ตอบกลับมาจะพยายามบอกเราว่า "ยังไม่5โมงเล้ย ยังไม่เลิกงานโว้ย รอก่อน" ก็หาใช่เรื่องสำคัญที่เราจะใส่ใจไม่ ที่สำคัญคือ อยากจะไปบ้านย่าแล้วต่างหาก

ใช้เวลาไม่ถึง 20 นาทีก็ถึงบ้านย่า ตลอดเส้นทางเรา(คนที่ร่าเริงที่สุด)ชี้ชวนทุกคนในรถคุย คุย คุยแล้วก็คุย แม้จะดูเหมือนคุยอยู่คนเดียวก็ไม่ใช่อุปสรรค ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ที่แอบคิดอยู่ตลอดเส้นทางคนเดียวคือ "วันนี้ย่าจะทำอะไรให้กินบ้างน้า"
หลายต่อหลายคนที่ทำงานหรือเรียนไกลบ้าน เวลาจะได้กลับบ้านที ก็มักจะคิดถึงอาหารรสมือของแม่อยากที่จะให้แม่ทำนั่นทำนี่ให้กิน ซึ่งเรื่องนี้เราจะแอบอิจฉาอยู่ในใจเงียบๆไม่เป็นที่เปิดเผยอยู่เสมอๆ เพราะเราไม่มีกับข้าวฝีมือของแม่ให้คิดถึง มีแต่ของย่า แล้วก็ยาย
支払方法について


ถึงบ้านย่า ย่ากำลังวุ่นวายกับการขายของ แกหันมายิ้มให้แล้วบอกว่า "ยะห่อนึ่งป๋าไว้หื้อ"  
แกชี้มือไปที่ลังถึงที่วางอยู่บนเตา อดรนทนไม่ไหวจึงเดินไปเปิดลังถึงเสพกลิ่นไปหนึ่งปื้ด เต็มปอด หอมซ้า.. ก่อนจะโดดซ้อนมอเตอร์ไซค์ป๋าไปดูที่ตลาดเย็นว่ามีอะไรที่อยากจะซื้อเพิ่มเติมอีกไหม
จะว่าไปเหมือนหลุดมาอีกอีกโลก ที่นี่มีเพื่อน เดินตลาดเพื่อนฝูงก็ทักทายให้ไม่เหงา "หายรึยัง? หายไปไหนมา? ทำไมไม่กลับมาบ้านบ้าง? พะเยาฝนตกไหม? แล้วคำถามที่โดนใจมากๆคือ หนิงแกมาออกพรรษาเหรอ? นั่นเห็นหน้ามันชวนกินเหล้าเลย ที่หน้าผากก_รูปั๊มโซดาสิงห์ไว้รึไงวะ?"

ที่แม่ใจไม่เหมือนกับบ้านที่ในตัวเมืองพะเยา นอนชั้น3 ทำงานชั้น1 เลิกงานขึ้นชั้น3 ตื่นมาทำงานชั้น1 ชีวิตมันเรียบง่าย ง่ายเสียจนบางครั้ง บางทีก็อยากจะมีชีวิตที่ดูวุ่นวายมากๆเหมือนคนอื่นเค้าบ้างเหมือนกัน

ห่อนึ่งปลาของย่าอร่อยมากๆ ข้าวเหนียวร้อนๆ โอ๊ว สุดยอด ถามย่าว่าทำยังไงถึงอร่อยแบบนี้ แกก็บอกเครื่องแบบเดิม เดิมคือ "พริก หอมขาว หอมแดง ข่า ตะไคร้ เกลือ" บอกหยั่งงี้ทุ๊กทีอ่ะแต่ทำกับข้าวได้หลายอย่างจังงิ แต่คราวนี้อาบอกเพิ่มเติมว่า "มันมีเทคนิคตอนทำปลา คือล้างปลาให้สะอาดก่อนจะขอดเกล็ด จากนั้นใช้ผ้าเช็ดให้แห้ง อย่าเอาปลาไปล้างน้ำอีกมันจะทำให้เนื้อปลานั้นไม่หวาน และถ้าเช็ดไม่แห้ง ปลาก็จะคาว" อ๋อ..มันเป็นเยี่ยงนี้นี่เอง 

เพลงบรรเลง

เพลงติ๊งหน่อง
★http://www.hm.aitai.ne.jp/~hasisa/midi-ori/p-01.mid
★http://www.hm.aitai.ne.jp/~hasisa/midi-ori/p-02.mid
★http://www.hm.aitai.ne.jp/~hasisa/midi-ori/p-03.mid
★http://www.hm.aitai.ne.jp/~hasisa/midi-ori/p-04.mid
★http://www.hm.aitai.ne.jp/~hasisa/midi-ori/p-05.mid
★http://www.hm.aitai.ne.jp/~hasisa/midi-ori/p-06.mid

★http://www.hm.aitai.ne.jp/~hasisa/midi-ori/p-07.mid ★http://www.hm.aitai.ne.jp/~hasisa/midi-ori/p-08.mid

ติ๊งหน่อง ติ๊งหน่อง
★http://www.hm.aitai.ne.jp/~hasisa/midi-ori/o-01.mid
★http://www.hm.aitai.ne.jp/~hasisa/midi-ori/o-02.mid
★http://www.hm.aitai.ne.jp/~hasisa/midi-ori/o-03.mid
★http://www.hm.aitai.ne.jp/~hasisa/midi-ori/o-04.mid
★http://www.hm.aitai.ne.jp/~hasisa/midi-ori/o-05.mid
★http://www.hm.aitai.ne.jp/~hasisa/midi-ori/o-06.mid
★http://www.hm.aitai.ne.jp/~hasisa/midi-ori/o-07.mid
★http://www.hm.aitai.ne.jp/~hasisa/midi-ori/o-08.mid
★http://www.hm.aitai.ne.jp/~hasisa/midi-ori/o-09.mid
★http://www.hm.aitai.ne.jp/~hasisa/midi-ori/o-10.mid


ปอ.ลิง.
★เล่นใน Windows Media Player ได้

 

เรื่องของคืนวันศุกร์


 เมื่อตอนที่ยังนอนแบ๊บอยู่โรงพยาบาล
★ป๋าบอยซื้อหนังสือมาให้ 2 เล่ม เล่มแรกคือ นั่งรถไฟไปตู้เย็น ของ นิ้วกลม กับเล่มที่2 เสียดายคนอินเดียไม่ได้อ่าน งานเขียนของ ใบพัด
ตอนนั้นรับมาวางไว้เฉยๆที่หัวเตียง ยังไม่มีใจจะอ่าน จนวันที่ต้องไปทำงานที่อุตรดิถต์ จึงคว้าติดมือไป 1 เล่ม เล่มแรกเลือกที่หยิบคือ "นั่งรถไฟไปตู้เย็น" มาอ่านก่อน ด้วยเหตุผมง่ายๆคือปกมันทำน่าอ่านกว่า และยังติดใจ โตเกียวไม่มีขา ของเค้าอยู่ ซึ่งเล่มนี้ ก็อ่านจบไปพร้อมๆกับความรู้สึกเฉยๆ เฉยสนิทเลย

 คืนวันศุกร์ที่เพิ่งจะผ่านไปอุ่นๆนี้
★เหลือบไปมองหนังสืออีกเล่มที่ยังไม่ได้อ่าน นั่งจ้องหยั่งเชิงกับปกหนังสืออยู่เป็นนาน แต่ด้วยความที่ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว จึงหยิบมันขึ้นมาด้วยอารมณ์แบบงั้น งั้นแหละ ปกหนังสือไม่ถูกใจ ไม่โดน มันทำได้ไม่น่าสนใจเสียจนไม่สนใจเลยว่าใครเขียน พลิกหน้าแรกอ่านแบบลวกๆ ในใจก็คิดไปว่า "หนังสืออารายวะชื่อเสียดายคนอินเดียไม่ได้อ่าน"  

 บทแรกและบทที่สองผ่านไปก็ยังคงสเต็บเฉย เฉย
★เข้าใจว่าเป็นเรื่องราวของ ไอ้ติ๋มที่อยากคลู อ่านไป อ่านไป เกิดอาการวางไม่ลง มีไม่มากนะงานเขียนที่ชวนให้อ่านรวดเดียวจบแบบนี้ อ่านจนจบจึงได้รู้ว่าคนเขียนชื่อ ใบพัด "เสียดายคนอินเดียไม่ได้อ่าน" เป็นบันทึกเดินทางที่เล่าเรื่องได้น่ารัก ได้เท่ แม้จะไม่หล่อมาก แต่ลงตัว

 แปลกดีนะ
★ที่หนังสือที่ซื้อมาเยี่ยมคนป่วยเป็นหนังสือแบ็กแพ็คเกอร์ทั้ง2เล่ม ไม่เข้าใจเลยว่าคุณบอยคิดอะไรอยู่ หรือบางทีอาจจะไม่ได้คิดอะไรเลยก็ได้นะ
 

เช้านี้ที่พะเยามีฝนตกบ้าง บางหย่อม

   
 

หลายวันนี้นอนดึก เพราะมัวแต่ตามข่าวพี่น้องผองเพื่อนพันธมิตรที่แหวกว่ายในทะเลแก็สน้ำตากันวันละหลายต่อหลายรอบ ถ้ายังคงเป็นเช่นนี้ต่อไป คาดว่าไม่นานร่างกายคงสร้างภูมิคุ้มกันแก็สน้ำตาขึ้นมาเองได้เป็นแน่ ใจหายและรู้สึกเศร้าใจ แต่พันทะมุดพะเยาแบบเราก็ทำได้แค่แอบด่ามันอยู่ที่บ้าน คิดแล้วก็น่าอายจริง  


 

ไหน ไหน ใครต่อใคร ก็เห็นของอ้นกันหมดแล้ว[ยกเว้นเรา ฮือ ฮือ....]เป็นไงหล่ะ มาว่าอ้นของเค้าเป็นเกย์ดีนัก 5555 ฟามเจงเปิดเผยละเว้ย อ้นจร๋าหนิงเป็นกำลังใจให้นะ อย่าร้องไห้นิ่งเตะ นิ่งเตะนะ แ ต่ ช้ า แ ต่
ที่อยากเห็นต่อไปก็...อยากเห็นภาพนายกปีนรั้วจัง


 

เหนื่อยจังทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรเลย

 
(C)POINT

ตอนที่นอนพักฟื้นที่บ้าน ได้รับจดหมายเยี่ยมไข้จากคุณเจ้าหญิง2ฉบับ จดหมาย
น่ารักๆที่ข้างในซองมีเจ้าหมีน้อยออมทรัพย์ซ่อนอยู่ด้วย แต่..จนถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้เขียนจดหมายขอบคุณถึงเธอเลย ขอโทษนะคะ ชีวิตมันดูจะเนือยๆไป มีอะไรให้ต้องทำมากมายแต่กลับไม่อยากหยิบจับหรือทำอะไรเลยสักอย่างเกมส์ที่ต้องเข้าไปเล่นทุกๆวันก็กลับไม่อยากที่จะเข้าไปเล่นคาดว่าผ่าครั้งนี้เสียเลือดมากไป หดหู่ชอบกล


เมื่อวานไปเยี่ยมคุณย่าหลังจากที่ไม่ได้ไปนานกว่า3เดือน ย่าไม่ถามเลยว่า "ตอนรอกลัวไหม? เจ็บไหม?" แกดูแผลแล้วก็พูดแค่ว่า "ทำไมหมอผ่าหลายที่จังครั้งนี้" แล้วก็จัดแจงหาขนมนมเนยผลไม้มาให้กินเหมือนเคยทุกๆครั้ง ย่าคงจะชินแล้ว เพราะครั้งนี้เป็นการขึ้นเขียงผ่าเป็นครั้งที่ 3 แล้วในชีวิตเรา จะเรียกว่าเป็นเทพก็ได้ ต่างก็แต่ครั้งนี้พักฟื้นนานกว่าทุกๆครั้ง


เมื่ออาทิตย์ก่อนแว๊บเข้าเกมส์ครั้งหนึ่งก็คู่หูคนเดิมคือพี่สิด พี่ชายที่ห่วงใยเราเสมอๆ แม้จะดื้อรึหยำเปแค่ไหนก็ไม่เคยก่นด่าเราสักครั้ง หนูรักพี่จัง ปรากฎว่าแปกไปมาทั้งพี่ทั้งน้อง จากโครตเทพ เล่นกันแบบรุกกี้เทพเลย เห็นฝีมือตัวเองแล้วก็อดสู อับอาย ไม่เคยรู้เลยว่าการที่ร่างกายขาดนิ่วไปมันทำให้เสียสมดุลมากถึงเพียงนี้


วันนี้ว่าจะเข้าไปเติมยิ้มให้ตัวเองสักหน่อยก่อนขึ้นนอน เผื่อว่าอะไร อะไรจะคืนชีพมาเป็นเหมือนเช่นเคย เคย 

(C)POINT
(C)POINT

รักติ๋มคนเดียว

(C)とろけるオークション
(C)とろけるオークション
รักติ๋มคนเดียว
เพลงประกอบภาพยนตร์ อีติ๋มตายแน่

---------------------------------------------   

 
ไม่เคยรักใครเท่าติ๋ม
พี่รักติ๋มแทบบ้า
ติ๋มเปรียบเสมือนดวงใจ
ติ๋มนั้นคล้ายดวงตา
สวรรค์ส่งมาประดับชีวี

เขตแดนแคว้นใดเที่ยวถึง
แต่ไม่ซึ้งในใจพี่
เคยผ่านเคยพบใครๆ
แต่ไม่หวานซ่านฤดี
ไม่ซึ้งใจพี่เหมือนที่เจอติ๋ม

พี่เคยรัก ต๋อย ต้อย ตุ้ม ตุ๋ย ต่าย
ก็ลืมเขาได้เมื่อมารักติ๋ม
โดนขื่นระทมขมฤทัยหัวใจโดนทิ่ม
ได้ติ๋มเป็นยารักษาแผลใจ

จงเตรียมใจคอยหน่อยติ๋ม
เชื่อว่าติ๋มต้องรอได้
ถ้าพี่มีพร้อมเงินทองจะมาขอน้องเคียงกาย
รอพี่ให้ได้นะคนชื่อติ๋ม

---------------------------------------------
(C)とろけるオークション
(C)とろけるオークション

ทำยังไงก็ไม่เย็น เหมือนใจจะไม่สบาย

 
(C)POINT

มาอุตรดิถต์ครั้งนี้ ขอบายไม่เข้ากรมฯกับป๋า
ขอแว๊บมาปลีกวิเวกทำงานคนเดียวที่ใต้ต้นฉำฉาต้นใหญ่

หน้าศาลากลางจังหวัดแทน  แถมวันนี้ยังดื้อไม่ยอมทำงาน มานั่งทำเก๋
อ่านหนังสือ "นั่งรถไฟไปตู้เย็น" ของนิ้วกลมแกล้มส้มเช้งคลุกบรรยากาศทึมๆ
คล้ายฝนจะตกแทน อ่าน "นั่งรถไฟไปตู้เย็น" จนจะจบ อ่านยังไงก็ไม่รู้สึกเย็น 

อุตรดิตถ์เมืองที่ร้อนอบอ้าวตลอดกาล

ถามตัวเองว่า ว่าเป็นอะไร?

"ไม่เป็นอะไร" 


เป็นคนเดิมที่มีโรคประจำตัว คือโ รคมนุษย์สัมพันธ์ย่ำแย่
ไม่ชอบพบเจอผู้คนหมู่มาก ยิ่งมีความขี้เกียจมาระรานประปรายกระจายทั่วร่าง

เป็นคนที่นิสัยไม่ดีที่น่าอิจฉาคนหนึ่ง ไม่ต้องเป็นลูกน้องใครนั้นเป็นลาภอันประเสริฐ
อยู่ที่ไหนก็ทำงานได้ ขอแค่แบตมือถือไม่หมดเป็นพอ

เบื่อจัง
 
(C)POINT
(C)POINT