NuNing's profileSawatdee JawPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    คำนำ

    แทนคำสำนักพิมพ์

    ความฝันของหยิ่งมากมายนัก
    มันซุกซ่อนอยู่ตามบทสนทนา เมื่อเราพูดคุยกัน เรื่องของแม่น้ำ ทะเล บ้านนอก ท้องฟ้าฤดูร้อน หยิ่งเก็บเรื่องราวเหล่านี้มาไว้ในเรื่องที่เขียนด้วยไม่น้อยทีเดียว

    หยิ่งเป็นคนแปลก..
    เรื่องบางเรื่องที่เกิดขึ้นในชีวิตของหยิ่ง ฉันเห็นว่ามันเป็นเรื่องแสนจะสาหัสฉกรรจ์ ถ้าเป็นฉันคงเป็นเรื่องบาดเจ็บร้าวลึกมากมาย แต่หยิ่งกลับเหมือนไม่ยี่หระ เข็มแข็ง กล้าได้ กล้าเสีย กล้ารัก กล้าเจ็บ

    ตัวหนังสือของหยิ่ง จึงเป็นเหมือนตัวแทนของเธอ เข้มแข็งและมีอารมณ์ขันเล็ก-เล็ก
    ตรงไปตรงมา แต่จะอย่างไรก็ยังอ่อนไหว
    ฉันชอบเรื่องสั่นของหยิ่ง เรื่องของเธอมีเสน่ห์
    และฉันคิดว่า
    นี่ไม่ใช่เพราะเธอเป็นลูก "นักเขียน"
    อย่างที่ใครๆพูดกัน
    ฉันคิดว่าเพราะเธอเป็น"นักเขียน"
    เป็นด้วยตัวเธอเองมากกว่า

    การะเกด

    ปกหลัง

    "หยิ่ง"ที่ฉันรู้จัก
    เป็นอย่างเด็กวัยรุ่นทั่วไป
    ท่าทางไม่เรียบร้อย นิ่มนวล
    แบบเด็กสาวช่างฝัน
    แต่หยิ่งช่างฝัน
    โดยไม่ต้องบอกใคร ฉันรู้ว่าในฝันของหยิ่งนั้นมีเรื่องราวมากมาย หยิ่งชอบอ่านการ์ตูนญี่ปุ่น
    อ่านวรรกรรมเยาวชน หยิ่งเคยแนะนำฉันให้อ่าน รันม่า
    และ ครอบครัวคงกระพัน
    เล่มแรกเป็นการ์ตูน
    เล่มสองเป็นวรรณกรรมเยาวชนน่ารัก
    หยิ่งชอบอ่านหนังสือและเก็บซับความละเอียดอ่อนจากหนังสือทุกเล่มที่หยิ่งอ่านไว้ได้อย่างดี
    วันดีคืนดี
    หยิ่งกับฉันก็จะมานั่งคุยกันถึงหนังสือที่เราชอบ ตัวละครที่เราประทับใจ

    สัญญาว่าจะคิดถึงกันตลอดไป



    เมื่อวานมีดาวสีเหลืองที่spaces บางคนฉายแสงขึ้นมา
    "ลมหนาว"ที่เราได้เพียงสัมผัส ไม่อาจกอดไว้แน่นๆแนบ อก
    ให้หัวใจได้อุ่น เคยดื้อด้านโกหกตัวเองว่า ไหว...
    ร้องไห้ได้จนน้ำตาท่วมประเทศไทย
    แต่สุดท้ายก็ต้องปล่อยลมหนาวนั้นจากไป

    วันนี้คุยกับโอ๋ เพื่อนที่เลิกเล่นปังไปแล้ว
    แต่ความเป็นเพื่อนนั้น ยังคงผูกพัน

    "บ้านน้ำใจ"ที่เราได้ร่วมกันปลูกสร้างไว้ยังคงไม่ร้างใจ
    เพื่อนเก่า.ที่เคยหัดยิงโทมาฮอกด้วยกัน
    ยังคอยส่งกำลังใจให้กันในวันที่ใจล้า
    วันที่เราหลงทาง ในเส้นทางสายใหม่ที่ไม่คุ้นตา
    แต่นึกได้ว่าเพื่อนเราอยู่ที่นี้ เราก็โทรถามไถ่ถึงเส้นทาง
    เรื่องต่างๆมากมาย ที่ไม่เคยจางหายไปจากใจShocking pink
     
    หลายครั้งที่เคยน้อยใจอยากจะลงกลอนปิดตายประตูบ้าน
    แต่ทุกครั้งไม่เคยปิดประตูใจได้เลย
     
    หนิงรักปังย่า แม้ของมันแพงกว่าเกมส์อื่นๆ
    เค้าบอกกันมา ลุงอ้วนแดงนั้นใจดำ
    แต่ที่นี่เป็นบ้านอีกหลัง  ที่เราร่วมสร้างด้วยใจ
    และยังจะเล่นต่อไป จะยืนฉีกยิ้มรอหัวใจสีชมพูหลายๆดวง
    ที่กลับจะมาพักผ่อนและนอนมองพระจันทร์สีน้ำเงินด้วยกัน
    นั่งคิดถึงวันที่เราช่วยกันหาสมาชิกเข้าคลับ พวกเราสนุกกันมากเลยนะ

    คิดถึง ด.ช.ลมหนาว กับ ด.ญ.ดาวอุ่นจัง




     
     

    ก็แค่เหงา กับเมานิดหน่อย

     
     
     
     
               เมื่อวานตั้งใจจะอัพหน้าใหม่ แต่ใจยังอาลัยหน้าเอียงอยู่เลยขอเก็บไว้อีกหนึ่งวันค่ะ
    วันนี้ไม่มีอะไรจะแกล้งแล้ว หัวใจไม่ค่อยฮา
    ช่วงนี้เครียดกับงานมากไปนิด
    เมื่อวันเสาร์กับวันอาทิตย์ไม่ได้ก้าวเท้าออกจาห้องเหมือนเคย
    เช้าวันเสาร์ตื่นมาเก็บห้อง
    จากนั้นก็นอนกลิ้งค่ำกลิ้งหงายตามใจฉันเหมือนที่เคยทำทุกๆอาทิตย์
    ไม่ได้เล่นเกมส์เลยตั้งแต่วันที่แอมหายไป (ดูรักกันนะแอม)
    ครั้งนี้ชีหายไปนานมากๆ ไม่ได้ห่วง แต่โทรหาเลย แต่ชีไม่รับ..แสรดเจ้าค่ะ คุยกับจารย์เอ๋ว่า "จารย์คะหนิงจะไปถ้ำกระบอกค่ะ
    ไปเลิกแอม ติดแอมพอมันไม่อยู่แล้วเหง้าเหงา" (ฉันปดแก)
    และเมื่อสองวันก่อน แอมก็กลับมา ชีกับเราเม้าท์แตกครึ่งวัน
    แอมบอกว่าหนังสือที่ให้อ่านจบแล้วนะคะ
    แอมมีอะไรจะถามค่ะ
    อุ้ย..ยย..ความรู้สึกเหมือนกับว่าเป็นดารากำลังโดนสัมภาษณ์
    ตื่นเต้น ตื่นเต้นอยู่หน้าคอมพ์ รอนุ้งแอมถาม
    "หนิง หนิงเอาก้อนหินล้างรถให้พ่อจริงๆเหรอคะ"
    โธ่....หมดเลย นึกว่าจะถามอย่างอื่น พอเราตอบว่า "ค่ะ"
    ชีก็ส่งอีโมหน้าหวาดหวั่นกลับมาและบอกว่า "แรงเยอะแต่เด็กเลยนะคะ" เอ๊ะชักจะยังไงแหม่งๆนะ ถ้าเข้าใจไม่ผิดมันหมายความว่าเราแรงควายชิมิ !! รึคิดในแง่ดีมันคือคำชมจากใจแอม !!
    แล้วชีก็จากไป ไปเรียนอะไรสักอย่างที่เราไม่รู้จัก
    แล้วจะเริ่มทำงาน
    หลังจากรู้แน่ชัดแล้วว่า ต่อไปแอมจะไม่มีเวลาให้หนิงอีกแล้ว
    จึงพยายามอยู่ให้ได้ด้วยตัวเอง ลด ละ เลิกคิดถึงแอม แอมให้จงได้
    เริ่มงานวันจันทร์เครียดกันทั้งวัน สี่โมงเย็น (งานยังไม่เลิก)
    จึงเข้าไประบายความใคร่ในปังสักนิด
    ให้เมซื้อเบียร์มาช่วยดับหกขวด
    เกมส์กับเบียร์นี่มันของคู่กันจริงๆ (เหมือนหิ่งห้อยกับต้นลำพู)
    เข้ากั้นเข้ากัน ว่ามะ
    ว่าจะเล่นแป้ปเดียวแล้วจะไปอาบน้ำ
    ดั๊นเจอไอ้นัทที่หายไปนานมาก เล่นกับนัทสองชั่วโมงนิดๆพอให้ได้
    ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันและกัน
    สรุปได้ความว่าที่นัทเข้ามาเล่นปังเพราะเล่น ดอทเอ แพ้มา
    กร๊ากกก ฉม นะ หน้า.อืมงั้นขอให้แพ้ทุกๆวันเลยนะนัท
    สักครู่โกดัวมาจากไหนไม่รู้หิ้วมาอีกสามขวด
    อารมณ์ไหนไม่ทราบได้
    แต่วินาทีนี้ข้าพเจ้าได้หรี่ตาตีปังแล้วและเด้อเริ่ม
    เห็นคุณมิ้นกับคุณอั้มในเอ็มออนอยู่ จึงลากเข้ามาเล่นด้วยกัน
    คุณบอยที่กำลังเล่นเอสเอฟอยู่ก็โดนลากมาด้วย
    เล่นกันจ๊าบเดียวเอง เจอเกรียนหมดสนุกเลยวงแตก
    (เกรียน หมายถึงควายที่เลี้ยงในปังย่า)
    ออกมาอ่านspacesเจอFridayที่เพิ่งเข้ามาเม้มเมื่อสองนาทีที่ผ่าน
    จึงคิดว่าเธอยังคงต้องอยู่หน้าคอมพ์แน่ๆ จึงชวนแกเล่นปังอีก
    คือเมามากๆเลยอ่ะ ใครจะทำอะไรที่ไหนไม่สน
    มาเล่นกับฉันบัดเด๋วนี้ ซ่าได้หกหลุม
    จึงขอตัวก่อน ทิ้งไนท์เก้ออยู่ในปังคนเดียว ถ้าอ่านเราขอโทษนะ....
     
     
     
     
     
     

    รักดอกจึงหยอกเล่น

    แ ป ล ก ดี

    หลังจากที่อัพบล็อกแบบถล่มทลายไปแล้ว
    วันนี้จึง ว่าจะทำกรอบกิ้งก่าของแอมที่คุยกันไว้เมื่ออาทิตย์ก่อน
    ว่าจะ ว่าจะ และว่าจะทั้งวัน แต่ยังไม่ได้ลงมือ
    เปลี่ยนเป้าหมายไปที่กรอบ เลื่อนของอาจารย์บีแทน
    เลือกไปเลือกมาอยู่นานก็ยังตัดสินใจไม่ได้อีก
    รึว่าเอากิ้งก่ากับอาจารย์มารวมกันเลย
    นั่งคิดอะไรเพี้ยนๆไปเรื่อยๆ จนท้ายที่สุดก็ไม่เรียบร้อยสักกะอย่างเดียว
    สรุปว่าวันนี้ตื่นก็สาย งานการไม่ยอมทำ
    นั่งคุ้ยนั่นขุดนี่ฟังเพลงที่ตัวเองชอบดังๆ
    แข่งกับเสียงคาราโอเกะของบ้านข้างๆที่มันยังไม่หยุดตั้งแต่เมื่อวานเย็น
    และยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดจนพรุ่งนี้
    มันสามารถกันมากบ้านนี้ จะแช่งให้คอแตกตายก็คงจะเปล่าประโยชน์
    ขอให้เครื่องเสียงมันพังคงจะง่ายกว่า
    วันนี้ได้คุยเอ็มกับอาจารย์เอ๋ด้วย เป็นคนตลกดี
    คิดแล้วก็ตลกอีก เล่นอีโมเป็นเด็กเลย อีโมแกมากมาย มากกว่าของเราอีก
    ไม่เหมือนคุยเอ็มกับอาจารย์บี
    ครั้งแรกนั้นแกบอกว่า ไม่ต้องเล่นอีโมนะพี่ขี้เกียจแปล
    กำ สิ คะ อีโมเยอะด้วยสิ
    ตอนที่กำลังลบอีโมออกอยู่นั้นจารย์ก็พิมพ์มาว่า
    เดี๋ยวพี่ทำให้เห็นอีโมก็ได้ครับ เอ่อ..กำ อีก รอบ ลบออกจะหมดละค่ะอาจารย์ขราาางืมมม
    และคงเพราะอัพแหลกมากเกินไป
    เมื่อคืนจึงฝันว่าได้ไปกินลูกชิ้นผัดกระเพรา
    พอกลับถึงบ้านท้องก็พองขึ้น พองขึ้น เหมือนลูกโป่ง
    ไปหาหมอ หมอบอกว่าเป็นเพราะไปกินลูกชิ้นผัดกระเพรามาเลยท้อง จะบ้าตาย
    เ มื่ อ ย ค อ ยั ง

    จดหมายในลิ้นชัก

    :: 17 NOVEMBER :: :: NUNING ::


    ฉันหอบงานกองโตกลับบ้านไปด้วย หวังจะสางสมุดงานยุ่งๆให้เรียบร้อย
    แต่บ้านกลางทุ่งนั้นทำให้ฉันรู้สึกเหมือนได้เป็นเจ้าของเวิ้งฟ้าที่อาบด้วยแสงดาวอุ่นนั้น
    และคืนที่หัวใจรู้สึกสบายแบบนี้
    งานที่หอบไปจึงถูกทิ้งไว้อย่างนั้น
    ฉันเริ่มลงมือรื้อที่ละลิ้นชัก
    ในลิ้นชักเก่าๆนั้นได้บรรจุความทรงจำไว้มากมาย ฉันบรรจงหยิบของแต่ละชิ้นอย่างเบามือ ความสุขที่เคยหายไป ค่อยๆออกมากล่าวคำสวัสดี ฉันยิ้มรับและบอกว่า "คิดถึงจัง"
    คืนนั้นทั้งคืน ฉันจมอยู่ในกองจดหมายรัก
    จดหมายที่เจ้าของจดหมายนั้นบรรจงเขียนถึงคนรัก แม้ผ่านเนิ่นนาน แต่ละถ้อยคำยังคงหวานละไม

    จดหมายที่ไม่ได้ส่ง

    สองคืนก่อน
    ฝนกระหน่ำลงมาทั้งคืน ฉันก็ยังคงนั่งอยู่หน้าคอม เหมือนเคย
    นั่งอยู่กับตัวเอง
    ความรู้สึกที่แสนจะน่าเบื่อ กับบุหรี่ตัวแล้วตัวเล่า
    "ฉันจะรักษาแกเป็นคนแรกไอ้หญิง"ไอ้อ้วนเพื่อนฉันที่เรียนเซนต์ฟรังฯ เคยบอกกับฉันไว้ เมื่อตอนที่มันบอกกล่าวกับฉันว่ามันจะเรียนจิตรแพทย์ต่อ
    ฉันได้แต่หัวเราะแล้วบอกมันว่า "เออ ให้ฉันเป็นคนไข้คนแรกที่แกรักษานะ" ตอนนั้นมันก็ขำดีหรอก
    แต่วันนี้สิ..ไอ้บ้าสร้อยแก ฉันต้องการแกอย่างด่วนเลยว่ะ ไว้ฉันลงไปกรุงเทพฉันจะไปหาแกที่ศิริราชนะ ฉันว่าฉันต้องเป็นคนไข้ที่เป็นเคสที่ยากที่สุดของแกเลยล่ะ ฉันใกล้บ้าแล้วแก แกคงนึกภาพคนที่น่ารักสุดๆอย่างฉันกลายเป็นบ้าไม่ออกสินะ
    เท่าที่วิเคราะห์เอาเอง ฉันคงเป็นแค่โรคซึมเศร้า ไม่อันตรายใช่ไหมแก ฉันอยากให้มันหายขาดเลยนะ ไม่อยากอยู่กับมันจนวันตายหรอกแก โรคนี้ มันทำให้ฉันรู้สึกแย่ว่ะ ก่อนลงกรุงเทพฉันจะโทรไปหาแกก่อนนะ จะได้ไม่ต้องนั่งรอนาน
    "คิดถึงแกนะเหงาว่ะ"

    ของฝากจากบ้านไร่

    :: พ ร ะ จั น ท ร์ ที่ ทุ่ ง ด า ว ::
    ::MOON::
    :: เก็บ ::
    จันทร์
    มาฝาก
    ยัยหัวฟู
     

     

     

     

     

    ::::
    ความเดิมตั้งใจจะส่งให้แอมทางโทรศัพท์ กะจะทำโรแมนติคสักหน่อย แต่ส่งไม่ได้ ลองเลื่อนดูนะ มันน่ารักมาก ถึงมากที่สุดเลยหล่ะ

    กระท่อมดิน

    @Ÿ ทุ่งดาว Ÿ

    บ้านดินหลังนี้เป็นบ้านที่ไม่เคยลงกลอนประตู
    มันเป็นห้องทุกห้อง ที่เราอยากให้มันเป็น
    ข้าวของไม่เคยหาย
    เข้าพักได้แม้เจ้าบ้านจะไม่อยู่
    @Ÿ ในกระท่อมดิน Ÿ
    มุมอุ่นๆกับแสงเช้า
    หนังสือดี ดีสักเล่ม กาแฟหอม หอมสักแก้ว

    HOME OF HEART

     

     

     

     

     

    ถึงทุ่งดาวตอนโพล้เพล้

    บ้านแม้จะถูกเก็บกวาดให้สะอาดแล้วบ้างแต่ก็โทรม สงสารบ้านจัง
    พ่อเองก็ไม่ได้อยู่บ้านนานหลายเดือนแล้ว เพราะงานของพ่อที่ต้องเดินทางตลอด   เราเองก็มาอยู่บ้านไม่ได้ไกลที่ทำงานเกิน แค่ค่าน้ำมันรถก็สยองละ (ค่าน้ำมันนั้นเป็นข้ออ้าง ความจริงแล้ว ขี้เกียจตื่นเช้าต่างหาก) รึเรื่องจริงยิ่งกว่านั้นคือเวลาเลิกงานคือเวลาสุขใจ  หึหึ

    ทุ่งดาวนั้น ปลูกกลางทุ่งนากว้างสิบสองไร่ และมันก็อยู่ตรงกลาง แม้รอบๆบริเวณบ้านแม้จะปลูกต้นยูคาลิปไว้เป็นแนวต้านลม แต่ตอนนี้มันก็ยังไม่สูงพอ หน้าหนาวนั้น ลมธันวาจึงเริงร่าจนต้องก่อไฟผิงกันทุกเย็น

    เจ้าของทุ่งดาว  เป็นคนที่มีรสนิยมแปลกๆในการเลือกที่สร้างบ้าน
    "เหย้าริมยม"ก็หายวับไปกับสายน้ำยม ที่สวยและราคาถูก ตอนซื้อพ่อก็น่าจะเฉลียวใจบ้าง ว่าทำไมไม่มีชาวบ้านอยู่แถวนั้นเลย ที่ดินเป็นที่ติดน้ำยม หน้าบ้านลาดลงไป หน้าแล้งเราจะมีชายหาดส่วนตัว แต่หน้าน้ำมันจะกลายเป็นดินแดนที่สูญหาย พ่อว่าเป็นดินแดนเทพนิยายหายไปได้ในคืนเดียว 
    ห้องน้ำพ่อก็ชอบทำแปลกๆ ห้องน้ำที่เหย้าริมยมนั้น มีฝาสามด้าน ด้านหน้าไม่มีประตู ใช้ผ้าขาวม้าทำเป็นผ้าม่าน ปล่อยให้ชายมันพริ้วไหวตามแรงลม ฝาด้ายซ้ายกับขวา แกก็เจาะช่องหน้าต่าง ใส่ผ้าม่านเหมือนกัน ส่วนด้านหลังไม่มีฝา พ่อบอกว่ามันมีกอไผ่บังอยู่แล้ว แล้วที่ตั้งของมันก็ช่างแสนดี ครีเอทสุดๆ ทางเข้าบ้านเจอส้วมก่อนเจอบ้าน เคยนั่งเพลินๆบรุษไปรษณีย์มาส่งจดหมาย ทำตัวล่องหนเกือบไม่ทัน
    ตอนตีห้าครึ่งนี่ห้ามเข้าเลย เพราะคนทำตาลที่เค้ามาเช่าตาลเราทำเค้าจะเห็นเราชัดมากๆจากบนยอดตาล เคยลมแทบจับครั้งหนึ่ง วันนั้นลมแรงมาก เราก็นั่งเพลินอยู่กับหนังสือ เสียงไผ่ด้านหลังเสียดสีกันตามแรงลมดังเอี๊ยดอ๊าด สักครู่ก็มีเสียงอะไรสักอย่างหล่นมาใกล้ดังปุ๊ก! แล้วมีเสียงดังแซกกก แซกก ตามมา คิดไว้ในใจแล้วว่ามันเป็นตัวอะไร แต่เพื่อความชัวส์จึงหันกลับไปดูเห็นงูเขียวเลื้อยอยู่ด้านหลัง ใกล้มากๆหัวใจจะวาย นะจังงังเลยทำตัวนิ่งสุดๆ โชคดีมากที่วันนั้นงูมันไม่ปวดปัสสวะรึอุจจาระ ไม่งั้นไอ้หนิงตาย

    ห้องน้ำที่ทุ่งดาวก็เหมือนกัน ทำประหลาดอีกแล้ว ชั้นล่างนั้นเบสิค ไม่มีอะไรบ้าๆ แต่ส้วมบนบ้านนั้น ไม่มีฝาเลยมีชักโครกตั้งโด่เด่เดียวดาย
    ด้านที่ติดกับฝาบ้านแกก็เจาะให้เป็นช่อเล็กๆสี่ช่องใส่กระจกใส (เน้น กระจกใส) ยังดีนะที่จัดสรรปันส่วนไว้ ถ้าโล่งโปร่งทั้งชั้นก็ไม่ไหวเหมือนกัน เรียกว่ามีอะไรให้ลุ้นกันทุกจังหวะที่ใช้

    แล้วทุ่งดาวในฤดูทำนานั้น สารพัดสัตว์มาพึ่งพา ล่าสุดมีเพื่อนกับอาพ่อเจองูในห้องน้ำด้านล่าง หลังจากสอบปากคำคนที่เจองูแล้ว พยานให้การไม่เหมือนกัน จึงไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าเป็นงูชนิดใด
    แต่ไม่ต้องรู้ก็ได้ว่างูอะไร เพราะหนิงเข้ากไปเจอคราบที่มันทิ้งไว้เป็นที่ระลึกด้วยตาตัวเองแล้ว ก็ไม่เข้าห้องน้ำข้างล่างอีกเลย
    ส่วนห้องน้ำชั้นบนบ้านนั้นไม่ได้ทำไว้ให้อาบน้ำได้ เวลากลับบ้านจึงนั่งอาบข้างๆบ่อน้ำกลางที่โล่ง เวลาอาบนั้นต้องสองทุ่มขึ้นไป มีความสุขอีกแบบนะ เวิ้งไปนิด แต่บ่อยๆก็ชิน


    จดหมายรัก

    hare-hinagata-kosmos.jpg picture by nuning05
     
    17 พฤษจิกายน 50

    "คิดถึงเป็นอย่างยิ่งแล้ว"

    ความห่างไกลส่งผลดีประการหนึ่ง
    คือได้หลีกเลี่ยงการติดต่ออันรวดเร็วฉับพลัน
    รวดเร็ว เป็นเหมือนดาบสองคม
    ในแง่หนึ่ง ได้รับประโยชน์จากข่าวสาร และ การติดต่อ
    แต่ในทางกลับกัน การติดต่ออันรวดเร็วกลายเป็นบ่วงผูกมัดตัวเราไว้

    หรือมมนุษย์อ่อนแอเกินไป
    ในคืนว่าง และดาวพร่างเช่นนี้ เหมือนได้ติดปีกบินอีกครั้ง
    พาดวงใจล่องลอยตามใจฝัน นั่งเขียนจดหมายในยามดึกสงัด
    จดหมายเขียนถึงกันง่าย ง่าย เพียงมีดินสอกับกระดาษ
    ทั้งยังเต็มไปด้วยความลึกซึ้งอ่อนโยน

    กระดาษ คือต้นไม้แปลงกายมาให้ขีดเขียนเป็นจดหมาย
    เพราะเครื่องมืออันทันสมัยสามารถติดต่อฉับไวดังใจนึก
    ทำให้หลงลืมเรื่องราวธรรมดาของจดหมายไปเสียสิ้น
    มีบ้างไหม ที่ได้รับจดหมายจากใครสักคนที่บรรจงเขียนมาให้
    ถ้อยคำธรรมดาบนกระดาษหนึ่งแผ่นที่ไม่เคยได้รับ
    และเราเองก็หลงลืมจดหมายไปแล้วเช่นกัน
    ขอบคุณยามดึกและดาวพร่าง ที่เตือนให้รำลึกถึงการเขียนจดหมาย
    มั่นใจว่าอีกไม่นาน เธอจะได้รับจดหมาย
    พร้อมถ้อยคำที่เขียนง่ายๆ สะกดไม่ยากว่า "คิดถึงเป็นอย่างยิ่งแล้ว"

    บ้านทุ่งดาว
    หยิบจากลิ้นชักร่าง-บทเพลง
    ขอบคุณเธอที่เก็บดอกไม้มาฝาก

    คืนนี้คงหนาว ไปกอดดาวห่มผ้าฝันนะ

    ไม่รู้ว่าวันนี้ไฟจะดับอีกรึเปล่า
    ความจริงพิมพ์ใน notepad แล้วค่อยมาวางน่าจะดีกว่า รู้แต่ไม่เคยทำ นิสัยนะนิสัยไม่ได้เข้ากะหน้าตาฉันเล้ย เฮ้อ...นั่งปล้ำกับหน้าสเปรสตัวเองมา2วันละ ถึงวันนี้ก็ยังคงไม่เรียบร้อยเป็นที่พอพระทัยตัวเองเท่าไหร่ ขอบคุณไอ้ฟูที่ช่วยหาดอกไม้สีส้มให้
    เข้าใจถึงความมุ่งมั่นของแอมนะ แต่ไม่เข้าใจsheส่งมาแต่ดอกไม้สีเหลือง ตกลงว่าใครตาบอดสีกว่าใครก็ไม่รู้
    ตั้งใจอยากแหกกก..(อุ้ยเน้นสะ)อยากทำสเปรสสีสดๆ ที่ตั้งโจทย์เอาไว้ในใจนั้น มีสีส้มอิฐ สีเหลืองช้ำ ดำ และ เขียว มารู้ตัวอีกที่ว่าตัวเองตั้งโจทย์ยากเกินไปก็ตอนที่ หาbgไม่ได้ ก็ยังดิ้นต่อไปเอาวะลงมือทำเองเลย แต่สุดท้าย..ก็ไม่ถูกใจสักแบบ เจ้าหญิงแนะทางมาที่สีฟ้า เข้าใจว่าแกเข้ามาแล้วเจอกระดาษขาวๆจนแสบตา เมื่อเทพลงมาโปรดมีรึ จะไม่ลอง(น่ารักและไม่ขี้ดื้อเหมือนแอม หุหุ)จึงลองใหม่ที่สี่ฟ้า ค่อยยังชั่ว แต่สีส้มกับดำก็ยังหายไป ปรึกษานุ้งแอมอีกที sheก็อ่านเป็นส้มตำ กรี้ดดดไอ้บ้ากูโครตรักเมิงเย้ยย ส้ม ดำ ย่ะ(เบิ่งแน่ๆ)เลิกคิดพึ่งพานุ้งแอม อยากจับแอมใส่กระทงลอยออกไปทิ้งปากน้ำโพ 
    แหม แต่เมื่อวานเราเล่นทีมได้แหล่มมั๊กๆเลยนะ อุ้ยลืม(ไม่ได้ชมนะอย่าเข้าใจผิด) คิดแล้วก็ใจเหิมเกริมอยากจะกดเข้าเกมส์บัดเดี๋ยวนี้เลย แต่ด้านข้างสเปรสยังไม่เรียบร้อย ช่างมันพักก่อน เพราะว่ารีบเขียนบันทึกก่อนที่จะลืมและขี้เกียจ
    ความจริงชีวิตมันไม่ได้เน่าและน่าเบื่ออย่างเดียวนะ ถ้าเราคิดถึงเรื่องที่ทำให้เราสุขใจ วันทั้งวันก็จะเป็นวันสดใส เมื่อวานแม้งานจะยังน่าเบื่อแต่ก็ได้ลุยแมทดีๆสวมบทโหดได้สาแก่ใจ และยังได้คุยบางคนที่แอบปลื้ม คุยด้วยอยู่เป็นนานสองนาน ขอบคุณที่มอบยิ้มให้กันนะคะ เป็นการสนทนาธรรมที่ได้รสมาก อยากสนทนาธรรมด้วยอีกจังค่ะ คุยแล้วหัวใจมีแรงล้นเกินพิกัด โย่ว 
     ว้า..ยังอยากเขียนอีกตั้งเยอะแต่ต้องไปเตรียมของแล้ว อุ้ยอยากอุ้มคอมพ์ไปด้วยจัง
    เกลียดPDAแชดทรมานเกิน 

    เรื่องของพ่อกับลูกสาว

    ความจริงหน้านี้ เขียนถึงลูกสาวกับคุณพ่อ
    ที่นอนตีพุงพลุ้ย อาบ ดื่ม กินฝัน เป็นความน่ารักในแบบเปิ่นๆของพ่อกับลูกสาว 
    ลูกสาวนั้นชอบดอกไม้สีส้ม อยากมีดอกเล็บมือนางเลื้อยคลุมสุ้มประตูบ้านสวยๆ พ่อนั้นชอบดอกไม้ไทยสีขาวส่งกลิ่นหอม ยามค่ำคืน ทั้ง2คนจึงสรรหาดอกไม้นานามาปลูกทั่วทั้งบริเวณบ้าน
    แล้วเช้าวันหนึ่งย่าก็มาปลุกทั้งสองคนตื่น เมื่อย่าเดินท่อมๆชมรอบๆบ้าน และเอ่ยขึ้นว่า
    "บ้านนี้ไม่มีอะไรที่กินได้เลย" อาทิตย์ต่อมาพ่อจึงนำพาไม้ผล มาปลูกแซมๆ นิดหน่อยเพื่อความสบายใจของย่า
    ความจริงแล้ว เราว่า เราเขียนดีมากเลย ดีกว่านี้อีก เพราะตั้งใจ ตื่นมาตั้งแต่ตีห้า แต่แล้วด้วยความที่เป็นคนติดแชด เมื่อนุ้งแอมโผล่มาก็ตะบี้ตะบัน ฝอยแหลก และอีกเดี๋ยว Mr.be ก็ป๊องขึ้นมาอีกคน เท่านั้นแหละ ลืมไปเลยว่าพิมพ์ค้างไว้ เพลิดเพลินอยู่เป็นนาน จนไฟดับ..
    อวสาน

     
     

    HOME OF HEART

    หลังที่สอง
    คือดินแดนสาบสูญหายไปในสายน้ำยม
    บ้านหลังที่สาม
    อยู่กลางทุ่งดาว
    บ้านของฉัน
    มีสามหลัง
    หลังแรกเหมือนกล่องไม้ขีด
    ทุกๆหลัง
    เหมือนกัน
    อ้างว้าง
    และเหงา
    HOME
    OF
    HEART
     

    ไถ่ถามหาความคิดถึง

    มาเธอมีก้อยเรียวมาเกี่ยวก้อยกัน
    มาเธอทีก้อยเดียวมาเกี่ยวก้อยฉัน
    มามาแนบหูฟัง ฟังสิฟังอกดิน
    ฟังฟังคงได้ยินเสียงในอกฉัน
    มีมีความมุ่งหวัง มีมีความใฝ่ฝัน รอรอวันงอกเงยงอกงาม
    อกผืนดินกระหายรอฝนพรมพร่างพราย
    เมฆฝนเอยอย่าลอยห่างหาย
    อกฉันเคยหวั่นไหว รอรักพรมพร่างพราย
    เมฆน้ำใจอย่าลอยห่างเหิน

    มาเธอมีก้อยเรียวมาเกี่ยวก้อยกัน
    มาเธอทีก้อยเดียวมาเกี่ยวก้อยฉัน
    จะผูกเปลให้นอน ผูกชิงช้าให้นั่ง
    นั่งชมเดือนรูปเคียวเกี่ยวดาวน้อย

    คิดถึงเพลงนี้จัง คิดถึงคืนที่เคยนั่งฟังเพลงรัก ที่หวานเสียจนอมยิ้มที่ฉันแอบเก็บซ่อนไว้เผยออกมาทักทายเจ้าของบทเพลง คืนที่กลิ่นกาแฟกรุ่นกระจายทั่วที่ชานเรือนหน้าบ้าน คืนนั้นดาวเต็มฟ้า

    เหย้าริมยมในคืนวันผ่าน เราช่วยกันแต่งบ้านด้วยยิ้มฝัน กลิ่นหอมของดอกแก้วที่หัวกะใดบ้าน เปลญวลกับชิงช้าที่ผูกไว้ยังไกวไปพร้อมๆกับสายลมแห่งความทรงจำตลอดไป

    ดอกงิ้วแดง

     
     
     
    ดอกงิ้วแดงที่เก็บเมื่อครั้งไปทำงานที่อุตรดิตถ์
    ชอบดอกไม้ที่มีสีส้มที่สุด

    ภาค 2 (บุรุษควรทำใจก่อนเข้ามา)

    :: เห็ดโคน ของแม่ ::

    ที่ว่าแน่ ก็แพ้แม่ทุกปี
    จะพยามทำใจยอมรับว่ากระดูกคนละเบอร์ แม่มักจะได้ของดีติดมือกลับมาจากตลาดเสมอๆ อาทิตย์ที่แล้วเช้าวันพฤหัสแม่กลับจากตลาดเช้าพร้อมกับเห็ดโคนที่ใหญ่กว่าเห็ดของเราสามเท่า ถามว่าแม่จะเอามาทำอะไร "ซื้อมาให้แล้ว จะทำไรกินก็ตามใจเถอะ" น้ำเสียงของผู้ชนะ แอบเสียดๆและหยามเรานิดๆ ชิชะ

    :: เมนูแรก ::
    เ ห็ ด ต้ ม เ ก ลื อ
    มาเริ่มกันเลย
    นำเห็ดไปชำระร่างกายล้างเศษขี้ดินออก อย่าแรง เบามือนิดเดี๋ยวมันเจ็บ.. สะอาดแล้วเอาไปผึ่งสะเด็ดน้ำ
    ตั้งหม้อ ต้มน้ำทำน้ำซุป
    แต่ช่วงนี้อากาศหนาว เราจึงทุบตะไคร้ลงไป 1 ต้น
    กระเทียม 1 หัว
    โยนลงไปในหม้อด้วย คิดเอง เออเองว่า มันน่าจะช่วยเรื่องหวัดได้ (ช่วยไหมก็ไม่รู้)
    และสุดท้ายเกลือ(กะเอาเอง)

    กลับมาที่พระเอกของเรา
    เห็นหัวโตๆของมันแล้วก็นึกหมั่นเขี้ยว จึงตัดเอาไปทำต้มแต่หัว
    แยกตอ ออก แยกเอาไว้ เอาหัวโตๆของมันโยนลงหม้อน้ำซุปที่กำลังเดือดดาล โครม! ยืนกอดอดมองด้วยความสะใจสักครู่
    โย่ว..ตักเสริฟได้เลยค่ะ
    โรยหน้าด้วยผักชีกับพริกไทยดำป่นด้วยนะ

    :: เมนูที่สอง ::
    เ กี๊ ย ว เ ห็ ด โ ค น

    เครื่องปรุง
    1.ส่วนของก้านเห็ดที่เหลือจากหัวที่หายไป นำไปสับๆๆๆบีบน้ำออก พักรอไว้
    2.หมูสับ (แนะนำให้เป็นหมูติดมัน)
    3.หอมใหญ่สับ
    4.ขิงฝนละเอียด
    5.เกลือ
    6.แผ่นเกี๊ยวที่มีขายตามท้องตลาดทั่วไปค่ะ

    ลงมือกันเลยนะ
    ตั้งหม้อ เตรียมน้ำซุปค่ะ ตามชอบ จะซุปโครงไก่ รึกระดูกหมู

    เครื่องปรุงทุกอย่างคลุกเคล้าให้เข้ากัน เอาไปห่อเป็นเกี๊ยวคำโตๆ

    พอน้ำเดือด เราก็โยนมันลงไปค่ะ แต่งหน้าด้วยสาวกอัศนี เช่นเคย

     

    สูตรง่ายๆนี้ หนิงได้นำติดตัวออกมาด้วย ตอนที่หนีออกจากวังสราญรมย์พร้อมกับชายสี่เอาไปลองทำดูได้ตามลำบากนะคะ
    เครดิต by : ning

    เห็ดโคน

    ฝนตกติดต่อกัน 3 วัน อากาศเย็นขึ้นเร็วมาก ขุดเสื้อกันหนาว 1 ลังใหญ่ซักไว้รอรับลมหนาวเรียบร้อยแล้ว

    เมื่อวันศุกร์ที่แล้ว ป๋าชวนไปตลาด โรคกุ้งเผากำเริบ เหลือบตาไปเห็นเจ้าเห็ดโคนจอมปลวกเข้า

    สวรรค์ของฉ้านนนน กรี้สสสสส
    เห็ดจ๋า..ผละจากป๋าทันทีไม่สนละกุ้งเผากุ้งแผว ตรงดิ่งไปที่แม่ค้าเห็ดซื้อกลับบ้าน6 มัด ทันที

    เห็ดโคนที่หน้าตาคุ้นๆนี้
    แม่ค้าเรียกว่า เห็ดโคนจอมปลวก
    ย่าเรียกว่า เห็ดโคนควยลอก
    โห..คุณย่าขา ตรงมากเจ้าค่ะเพราะว่ามันเหมือนมาก ทั้งหน้าตาและปฏิกิริยา ตอนได้ที่
    ไม่ได้ทะลึ่งนะ แต่เห็ดแบบนี้ เราจะเอามาย่างไฟอ่อนๆ พอเริ่มสุก น้ำในลำปล้องเห็ดจะเดือดปุ๊ดๆ คนที่ย่างเป็นจะต้องไม่นั่งทางหัวเห็ด เพราะว่า ถ้าน้ำเดือดเต็มที่แล้ว น้ำมันจะแตก พุ่งปรี้ดใส่หน้า ...เหมือนมะ ยิ่งบรรยาย ยิ่งคิดภาพตามเลย พอ จบดีกว่า แผล้บ..

    แม่ ชอบเอาไปแกงใส่ยอดฟักทอง ใส่ปลาช่อนย่าง น้ำแกงนี่หวานเกินบรรยาย

    ส่วนย่า ชอบเอาไปสับๆทำเป็น ลาบเห็ดโคน

    ส่วนเราเบสิคสุดละ ย่างไฟอ่อนๆ จิ้มน้ำปลาดี ฉีกกินกับข้าวเหนียวร้อน งืม..ต้องเรียกผู้คนที่อยู่ใกล้รัศมีการแกล้งมาช่วยย่างด้วยนะ ให้มันนั่งเฝ้าทางหัวเห็ด หุหุ สนุกค่ะน้ำร้อนๆ ปี้ดด.โอ้วว..ได้ใจ

    ปังย่า-ฮาโลวีน

    วันฮาโลวีน
    ไม่ได้อะไรเลย ตื่นลงมาทำงาน 9 โมงกว่าๆ เปิดcom  ดูนั่นดูนี่เสร็จ ก็เข้าเกมส์ เล่นตั้งแต่ 10 โมงกว่า ถึงตี 1 กว่าๆ เล่นจนได้อัพเลเวล..เอาสิใครจาบ้าเท่าฉันให้มันรู้ไป
    อ้อมีอยู่คนไอ้แอม นั่นบ้ากว่าชีเล่นสองเกมส์ วันไหนไม่ได้เปิด Google ชีจะผมร่วง คิดมาก หงุดหงิดและอยากระบายความใคร่(รู้)กับใครสักคน...
    เรายังโชคดีที่ไม่เป็นมากเท่า

    ว่าแล้วก็เข้าเกมส์ดีกว่า วันนี้อากาศดี ฟ้าเป็นใจ คงจะเก็บได้หลายโฮล