Profil de NuNingSawatdee JawPhotosBlogListesPlus Outils Aide

Blog


คืนที่มีแต่เสียงฝน

 คืนที่อากาศร้อน
   จู่ๆฝนก็กระหน่ำเทลงมาเสียงดัง เสียงดังมากจนฉันสะดุ้งตื่น  

 ฉันนอนฟังเสียงอยู่อย่างนั้น
   เสียงเปาะแปะของมันยังไม่น่าฟังนัก...ในคืนนี้  

 สายลมพัดพากลิ่นฝนเข้ามาทางหน้าต่าง
   อยากกินลูกเห็บจัง

บันทึกของ อิหล้า คนชอบกินเห็ด

  
  เมื่ออาทิตย์ก่อนได้รับข่าวดีจากแอมว่า "ตัวขราอาจารย์เอ๋มีน้องค่ะ" ดีใจด้วยกันสองคนพักใหญ่ๆ
  ประหนึ่งว่าตัวเองท้องกันเองด้วยการปฏิสนธิผ่านจอมอนิเตอร์ ดีใจกับอาจารย์ด้วยนะคะ แม้จะไม่รู้ว่า
  ประสบความสำเร็จที่ท่าไหนก็ตาม และอีกไม่กี่วันเอ็มของอาจารย์ก็ป๊องโผล่มา ด้วยความที่ใคร่อยาก
  จะรู้จึงทำทีว่าชวนคุย แต่ก่อนที่จะได้คุยอะไรอาจารย์ก็ชิงถามก่อนว่า "มีอะไรแนะนำไหมคะหนิง?"
  อุ้ยตาย!! ถามเหมือนกับที่แอมชอบถามว่า "ตัวขรา คอมเค้าพัง แบร่ๆๆๆๆๆๆๆ จะแก้ยังไงคะหนิง?"
  ได้คำตอบเดียวกันค่ะคือ "ไม่รู้ค่ะ" เข้าใจว่าทั้งสองคนได้เข้าใจอะไรที่ผิดอย่างร้ายแรงเข้าแล้ว คือ
  ถ้าถามว่า "หลุมนี้ยิงยังไง?" จะง่ายกว่า หลายคำถามที่เปี่ยมอยากจะได้คำตอบที่มีสาระประเดประดัง
  มาจนรู้สึกเกรงใจคนถามจึงเลี่ยงถามอาจารย์ว่า "รู้จักเห็ดตับเต่าไหมคะ?" พอได้คำตอบว่า "รู้จัก"
  และก็อยากกิน ก็รู้สึกดีใจมาก จึงอาสาฬ์จัดหาส่งไปให้ จะว่าแปลกคนก็ไม่ใช่ แต่จะรู้สึกดีใจมากๆที่
  คนที่เรารักได้กินอะไรที่เค้าอยากกิน และในกรุงเทพก็คงไม่มีให้ซื้อหาได้

  อีกวันแจ้นไปที่ตลาดเย็นตามคำบอกกล่าวของคุณบอยว่า เมื่อวานเห็นเห็ดตับเต่ากองเบ่อเร่อเลย ก่อน
  ซื้อได้ถามแม่ค้าถึงวิธีการเก็บรักษาให้อยู่ได้นานๆไม่เสียเพราะต้องส่งอีเอ็มเอสไปกรุงเทพพรุ่งนี้ กว่า
  จะถึงคงใช้เวลาวันถึงสองวัน แม่ค้าขมวดคิ้วนิดหนึ่งแล้วบอกว่า "ทำไมไม่ฝากรถทัวส์หล่ะ เพราะถ้า
  จะต้องใช้เวลาสองวันมันอาจจะไม่ดีแล้ว" สวรรค์โปรดเลย ช่างเป็นแม่ค้าที่ฉลาดอะไรแบบนี้ เลือกเห็ด
  จนได้มากพอสำหรับแกงถ้วยใหญ่ๆถ้วยหนึ่งจึงแจ้นกลับบ้านรีบห่อแล้วรีบบึ่งไปที่สยามเฟริสทันที

  เช้าวันต่อมา ไปหาคุณตาคุณยายข้างบ้านถามถึงวิธีจัดการกับเห็ดตับเต่า คุณตาคุณยายก็น่ารักมาก
  ออกมายืนบอกวิธีทำแกงเห็ดให้เราอย่างตั้งใจ ขอบคุณแกเสร็จก็แจ้นกลับไปในครัว คุณตาร้องเรียก
  ให้กลับไปหาอีกครั้งแล้วก็ถามเราว่า "ที่ตาบอกให้เมื่อกี้ ไหนบอกมาสิว่ามีอะไรบ้าง" ผ่าง!!
  นี่คุณตายังติดนิสัยครูอยู่อีก55 จึงยิ้มอายๆและค่อยๆไล่ไปทีละอย่าง อย่างสุดความสามารถ
  "กระเทียม หอมแดง พริกขี้หนู ตะไคร้ แล้วก็เกลือ กะปินิด ปลาร้าหน่อย เอาโขลกรวมกันค่ะ" "เก่ง
  มาก" คุณตายิ้มตอบและยกนิ้วโป้งให้

  กลับมาที่ในครัวจึงจัดแจงทำความสะอาดเห็ดตับเต่า ตรงรากที่ติดขี้ดินใช้แปรงสีฟันเก่าแปรงไปเรื่อยๆ
  จนขี้ดินออกจนหมด พักเห็ดไว้ในตะกร้า แล้วไปหาเก็บยอดมะขามอ่อนที่สวนหลังบ้าน ได้มานิดเดียว
  ไม่ใช่ว่าไม่มี แต่เพราะตัวเองเตี้ยจึงเด็ดที่สูงๆไม่ถึง ร้อนไปถึงหนูปูไปช่วยเก็บยอดมะขามให้อีกรอบ
 
  "แกงเห็ดตับเต่าใส่ยอดมะขามอ่อน" ก็สำเร็จได้ด้วยดี ตักใส่ถ้วยแบ่งให้คุณตาถ้วยหนึ่ง เหมือนส่ง
  การบ้านให้แกตรวจ แกจะได้มีความสุข 55+

 


  บ่ายแก่ๆของวันนั้น คุณตาเดินมาบอกว่า "หญิง แกงเห็ดอร่อยมาก" ก็ได้แต่ยิ้มเขินๆให้แก ความจริง
  อยากจะร้องวี๊ดดดดดดดดดด วี๊ดดดดดดดดดด แล้ววิ่งไปรอบๆบ้าน แต่ก็กลัวแกตกใจ ซึ่งความจริง
  แล้ว แกอาจจะชินแล้วก็ได้ ...มั้ง

 

                                      ขอบคุณของขวัญจากผืนดิน 
                                      ที่นำมาซึ่งความสุข และอิ่มอร่อย
                                      ในวันที่ร้อนจัด

                                      อิหล้า คนชอบกินเห็ด

อิหล้าเล่นน้ำ


และแล้ววันหยุดสุดท้ายก็มาถึง
แอบหดหู่เล็กๆในใจ แม้จะเป็นวันหยุดเทศกาลที่ลากยาวด้วยเหตุจำเป็น แม้จะเป็นวันหยุดที่ไม่สนุกเท่าที่ควรจะเป็น
..แต่ก็ยังอยากหยุดต่ออีกอยู่ดี ..งิงิ

วันศุกร์สุดท้ายของการทำงาน เริ่มงานพวกเราก็ช่วยกันเก็บกวาดทำความสะอาดที่ทำงานครึ่งวัน หลังการเก็บกวาดก็หยิบถังใส่น้ำหลายใบมาล้างทำความสะอาดจนเอี่ยม ถังหลายใบวางเรียงรายไว้ที่หน้าบ้าน เมื่อทุกอย่างพร้อมเทศกาล"สาด"ก็เริ่มขึ้น

หลายคนถามว่าจะไป"สาด"ที่ไหน คำตอบก็เหมือนทุกๆปีคือ ไม่ไปไหนเลย สาดที่หน้าบ้านนี่แหละ ทุกเทศกาลบ้านนี้จะไม่เดินทางไปไหนเลย ขี้เกียจแย่งใครๆเค้าเที่ยวกันรถก็เยอะอันตราย(ดูดีจัง)และมันก็เหมือนกับทุกๆปี คือเล่นสาดน้ำไปสลับกับการเล่นเกมส์ไป วิ่งไปมาเป็นลิงติดจั่นจนคนรอบข้างส่ายหน้าเพราะมองแล้วเวียนหัว สายตาทุกคนพยายามจะบอกว่า "มึงเลือกเอาสักอย่างได้ไหม?" คำตอบก็เหมือนเดิมค่ะคือ "กูเลือกไม่ได้" ใครจะเลือกได้หล่ะ ปังย่าก็X3 สาดน้ำก็สนุก คริๆ

ก็แปลกดีนะ เล่นเกมส์ก็เกมส์เดิม เล่นก็เล่นกับเพื่อนคนเดิม เดิม ก็ยังสนุกอยู่ดี วันหยุดปีนี้โอเล่นด้วยทั้งวันเลย มีแอบไปดูเค้าเผารถเมล์วันหนึ่ง555+

ลุงสิดลาเกมส์พาลูกไปเล่นน้ำวันหนึ่ง กลับมารายงานด้วยอารมณ์แปลกๆว่า "บ้านพี่เค้าสาดเม็ดแมงลักกันว่ะ ติดรถพี่เต็มเลย" โห่..ไม่ดุเดือดพี่ พะเยาสาดปลิงใส่กันเลย

ปีนี้"ปลิงเข็ม"ระบาดในกว๊านพะเยา มันเป็นปลิงตัวเล็กๆที่เข้าร่างกายได้ทางทวารต่างๆ ทางจังหวัดก็เพิ่มมาตราการดูแลความปลอดภัยด้วยการใส่ที่ดักจับกรองทุกเครื่องปั๊มน้ำ แต่นั่นก็ยังไม่เพียงพอหรอกสำหรับเรา ยี้แหวะ ก็ปลิงนะคะไม่ใช่เม็ดแมงลัก

เช้าวันที่15 ออกบ้านไปทำบุญที่วัด ไปสรงน้ำพระ ปีนี้ไม่ได้ไปดำหัวผู้หลักผู้ใหญ่เลยสักคน จะบาปไหมเนี้ย ปีนี้ว่าจะ ว่าจะทำอะไรหลายๆอย่างก็ยังไม่ได้ทำ ไม่เข้าใจว่าทำไมเป็นคนแบบนี้ จะผลัดวันประกันปีไปถึงไหนยะหล่อน

เฮ้อ...พรุ่งนี้ก็ทำงานแล้ว ฮือ ฮือ..ต้องบอกกับตัวเองดังๆว่าให้ ตั้งใจ ตั้งใจ ตั้งใจทำงานนะ!!

เมื่อสายลมพัดความทรงจำกลับมาอีกครั้ง ก็ยัง"เจ็บ"

วันอาทิตย์ที่ 5 ไปเป็นกำลังใจให้ปูกับใบตองที่งานคอนเสิร์ตภาควิชาขับร้อง (คอร์สปิดเทอม)โครงการศึกษาดนตรีสำหรับบุคคลทั่วไปของวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล (สยามพารากอน)ไปกับพี่พัดและหนูน้ำ พี่พัดแอบกระซิบบอกว่า อยากให้ใบตองร้องเพลงเป็น เพราะตัวพี่พัดเองนั้นร้องเพลงไม่เป็น ร้องทีไรจะเหมือนอ่านหนังสือเสียมากกว่า ก็เลยหันไปถามพี่พัดว่า "แล้วหนูปูมาเรียนทำไม มันร้องเพลงเป็นอยู่แล้วนี่" แกหันมาขมวดคิ้วแล้วบอกว่า "นั่นสิ!!" แต่ด้วยความที่ให้เรียนไปแล้ว จ่ายตังค์ไปแล้ว และก็เรียนจบแล้วด้วยจึงสรุปกันว่า มาเรียนรู้ตัวโน้ตเพิ่มเติมจะได้ร้องเก่งๆกว่านี้ คุณพิบูลศักดิ์ได้ยินคงจะตบหัวเราสองคนทิ่มและส่ายหน้าไม่เห็นด้วยอย่างแรง

จะว่าไป ฉันเองก็ค้านตั้งแต่แรกว่าจะเรียนทำไมร้องเพลง เพราะเชื่อมั่นว่าสายเลือดบ้านนี้แรงอยู่แล้ว แต่มาคิดดูอีกที ก็ไม่มีอะไรเสียหายถ้าจะให้ปูไปเรียนรู้เพิ่มเติมและได้รู้จักกับเพื่อนกลุ่มใหม่ๆที่แตกต่างจากเพื่อนที่โรงเรียนของเธอ ที่สำคัญปูเองก็ดูจะมีความสุขมากกับสิ่งที่เธอได้ทำและอยากที่จะทำมาตั้งแต่ปิดเทอมครั้งที่แล้วนั่นก็เป็นเหตุผลที่มากพออยู่แล้ว เพราะชีวิตคนเรามีแค่สองสิ่งที่ต้องทำ นั่นก็คือ ทำในสิ่งที่รักและทำในสิ่งที่ต้องทำ อย่างที่สองหนูปูยังคงต้องพยายามอีกมากโข

ใบตองร้องเพลงของ พัดชาเพลง"ไม่เสียใจที่ได้รักเธอ"
อยากจะบอกน้องว่า พี่ก็ไม่เสียใจเลยที่มานั่งฟังเธอร้องเพลง  
คอนเสิร์ตจบลงที่เพลง"สายลม"ของเเจนิเฟอร์ คิ้มที่ขับร้องโดยหนูปู ต้องยอมรับว่าการที่ฝึกฝนร้องเองที่บ้านนั้น แตกต่างกันกับที่มาเรียนจริงๆ ปูร้องเพลงดีขึ้น แม้จะดีไม่เท่าฉัน(อุอุ)แต่ปูมีสิ่งหนึ่งที่ฉันไม่เคยมีนั่นคือเธอกล้าที่จะแสดงออก ตรงนี้แหละที่ทำให้รู้สึกอิจฉาเธอเล็กๆอยู่ในใจ พี่พัดบอกว่าปูเติบโตมาในครอบครัวที่สมบูรณ์และอบอุ่น แต่ฉันนั้นเติบโตมาในครอบครัวที่แตกแยก จะต้องคอยหลบหน้าหลบตาผู้คนตั้งแต่ยังเล็ก ด้วยเหตุผลเดียวที่ว่าเพราะกลัวใครๆเค้าจะถามคำถามว่า "คุณพ่ออยู่ไหน?" "คุณแม่อยู่ไหน?" มันเป็นคำถามที่เด็กเล็กๆคนหนึ่งตอบไม่ได้และไม่อยากที่จะได้ยิน

สิ่งเดียวที่อยากจะมีมากที่สุดในชีวิตคือการมีครอบครัวพร้อมหน้า เมื่อตอนเป็นเด็กเวลาคุณครูถามว่า "โตขึ้นอยากเป็นอะไร?"ครูจะได้คำตอบว่า "หนูอยากมีครอบครัวที่อบอุ่นค่ะ" แทน

 

วันนี้ปวดหัวจัง..

    มากรุงเทพตั้งแต่พฤหัสที่แล้ว กะไว้ว่าไม่วันอาทิตย์ ก็วันจันทร์จะกลับพะเยา แต่จนถึงวันนี้ก็ยังคงอยู่ที่กรุงเทพ เหตุหรือเรียกอีกอย่าง
     ว่าข้ออ้างของการที่ต้องอยู่ต่อมีล้านประการไม่รู้มาจากไหน ทั้งที่ข้อหักล้างเพียงข้อเดียวก็หิ้วกระเป๋ากลับบ้านได้เลยก็มีกลับไม่สนใจ
     มาถึงวันแรกสิ่งที่ทำคือ ..นั่งโหลดเกมส์มาติดตั้งคอมทั้งสองเครื่อง (ทำไมไม่ไปทำงานยะหล่อน)แต่โน๊ตบุคที่นี่จอแค่สิบสองนิ้ว
     เป็นอุปสรรคอย่างมากในการเล่น โชว์กากไปตามระเบียบ

     วันอาทิตย์...ไปเที่ยวอัมพวา
     แวะชิมนั่นชิมนี่อย่างละนิดละหน่อยทั่วอัมพวาสนุกมาก ได้ลงเรือเที่ยวด้วย แต่ไม่ได้ชมหิ่งห้อยมันดึกเกินไป ได้เป็นเสื้อยืดสองตัว
     ที่สกรีนว่าหิ่งห้อยอัมพวากลับบ้านแทน และแวะซื้อโปสการ์ดอีกสองสามแผ่น ที่จริงก็อยากนั่งเขียนแล้วก็ส่งที่อัมพวาเหมือนกัน แต่ผู้
     คนแย่งกันเยอะเกินไป ถึงจะได้ที่นั่งเขียนแต่ก็คงไม่ได้ประโยคดีๆจึงถอดใจเอากลับมาเขียนที่บ้านแทน จนวันนี้ก็ยังไม่ได้เขียนส่งให้
     ใครเลยสักคน นี่หละน้า ฉันเอง!!

     วันจันทร์พี่พัดเป็นลมล้มที่จุฬา เพื่อนหามส่งโรงพยาบาลหัวเฉียว คุณหมอฟันธงว่าเป็นไมเกรนเพราะเครียดกับวิทยานิพนธ์มากจนเกิน
     ไป นอนรอดูอาการที่โรงพยาบาลสองคืน คุณหมอสั่งว่าห้ามโกรธและห้ามคิดถึงวิทยานิพนธ์ (ยากจัง)

     ตอนแรกเราจัดโปรแกรมไว้ว่า วันอาทิตย์หลังจากที่ใบตองกับปูขึ้นแสดงคอนเสริตที่โรงเรียนร้องเพลงเสร็จ พวกเราจะขึ้นไปเมืองปาย
     ไปล่องแพที่ปาย แล้วลงมารดน้ำดำหัวย่าที่พะเยา เล่นสงกรานต์ที่กว๊านพะเยา ตอนนี้คงต้องยกยอดโปรแกรมเที่ยวทั้งหมดไปเป็นของ
     ปีหน้า วันนี้ปวดหัวจัง..