Profil de NuNingSawatdee JawPhotosBlogListesPlus Outils Aide

Blog


เพียวจ่ม

เมื่อวานหลังเลิกงาน นังเพียวมันเข้าไปลุยแมท 4 แมท รวดเดียวจบ แต่ก็คว้ามาได้แต่ถ้วยเงินกับทองแดงเท่านั้น ที่ 1 ม่างสกอร์ไม่มีต่ำกว่า -40 มึงจะเก่งตายเก่งวายไปถึงไหนกันคะโอ้ยยย พ่อแม่งชื่อไทเกอร์ วูดส์หรือไง T^T เล่นแบบธงชัย ใจดี กะพอมั้งแล้วนี่มึงเป็นเหี้ยอารายถึงต้องมาเข้าห้องที่กูเล่นอยู่ทุกรอบ เจอทุกรอบเล้ยหื้อไอ้มังกร ไอ้เวร!! 
 
อกหักจากแมทจึงไปลุย VS 18หลุมต่อ กับโฟค
โฟค ยสสูงกว่าเพียวมากนัก เทียบได้ประมาณเด็กฝึกงานกับเจ้าของร้าน เจอโฟคครั้งแรกในเกมส์นังเพียงถึงกับตกใจ ยสอะไรวะเนี้ยมาอยู่คลับเรา แค่โลโก้ยสกูก็ดูไม่รู้แล้ว (T^T กะตั้งแต่เล่นมาอัพเลเวลสูงสุกก็เซมิโปรบีนี่แหละ)แต่ด้วยความเสือกจึงเข้าไปทักทายตีสนิทชวนเล่นVSด้วยกัน
นังเพียว : :py011 เธอ คิดไงอ่ะมาอยู่คลับกระจอกๆอย่างนี้ (ยิงคำถามคาใจเลย ไม่ต้องอ้อมค้อมให้เสียเวลา)
โฟค : คือผมไปสมัครอีกคลับคับ (คลับอันดับต้นๆ)แล้วคะแนนถ้วยผมไม่ถึงก็เลยมาสมัครคลับนี้ดู
นังเพียว : :py026........
โฟค : ..........

เป็นคำตอบที่ถนอมน้ำใจกันม๊ากกกกกก ไม่อ้อมค้อมเหมือนกัน ฟังโฟคแล้ว เพียวก็ได้แต่คิดในใจว่า ไม่นานพอคะแนนโฟคถึงกำหนดแล้วโฟคก็คงจะจากไป ถึงจะรู้สึกน้อยใจอยู่บ้าง แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะใครจะไปใครจะมานังเพียวไม่สนใจอยู่แล้ว ตามสะดวกคร๊าบบบ อันนี้ไม่ว่ากัน รู้จักกับหัวหน้าคลับคนหนึ่ง(ขอสงวนนาม)เวลาลูกคลับจะลาออกทีนี่เรื่องใหญ่ ทั้งเหนี่ยวรั้งทั้งฉุดดึงทึ้งเอาไว้ (เพื่ออะไรไม่ทราบ)หนักๆเข้าเมื่อแกเห็นว่ารั้งไว้ไม่อยู่แล้ว แกก็จะถามคำถามหนักอกกบว่า

พี่หัวหน้าคลับ : เราเป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้อง เป็นครอบครัวไม่ใช่เหรอ?
น้องลูกคลับ : ..........

ป๊าดถ้าโดนคำถามแบบนี้นังเพียวก็นังเพียวเถอะสะอึกเหมือนกัน คำถามต้อนควายชัดๆ..ไอ้พี่คนนี้อาการหนัก ควรหามส่งให้หมอกฤษณ์คอนเฟริมส์สักรอบสองรอบ ถ้ายังไม่หายก็ควรต้องพึ่งอาจารย์หนูให้ลงยันต์เก้าแถวให้ที่หน้าผากไปเลย ลงซ้ำๆสัก 9 รอบ จะได้สะกดใจไม่แอบแต๋วแตกที่บ้านคนเดียว(อย่างบ้าคลั่ง) :py012แล้วนี่กูวส์ไปนินทาเค้าทำไมเนี้ย ที่จริงจะเข้ามาเขียนแค่ว่า เมื่อวานตั้งใจเลิกเกมส์เร็วเพราะนอนดึกติดกันมาหลายวันแล้ว ไม่อยากเป็นอย่างน้องแพนด้าตาโบ๋ว แต่ก็ไม่ได้นอนแต่หัวค่ำอย่างที่ตั้งใจเอาไว้เพราะหยิบหนังสือผิดเล่มไปอ่าน หยิบ"ตะคริว ณ นิ่วใจ" ไปนอนอ่านค่ะ ได้นอนเหมือนกันแต่นอนหัวเราะ ไม่นอนหลับ จากที่ตั้งใจเอาไว้ว่าจะนอนสัก 3 ทุ่ม ก็เปลี่ยนเป็นตี 3 แทน นอนหัวร่อ งอหายอยู่คนเดียวประหนึ่งคนบ้า โชคยังดีนะที่มันเล่มไม่หนาไปกว่านี้ไม่งั้นนังเพียวตายตาโบ๋วแน่ๆ ส่วนคืนนี้มีอีกเล่มรออยู่ "สิ่งมีชีวิตในโรงแรม"555+
 

น.ส.อับเฉา

ช่วงนี้ไม่มีอะไรเร้าๆเข้ามาในสาระบบชีวิตเลย เหมือนตัวอับเฉานั่งเหงาปากห้อยหน้าคอมมองฟ้ามองฝนไป อาทิตย์นี้คุณอั้มเปิดบริษัทอย่างเป็นทางการละ ฉันเลยมีงานเยอะขึ้น ได้ทำงานอีกรูปแบบหนึ่ง ที่ไม่คุ้นเลย ได้รื้อภาษาปะกิตที่นอนตายอยู่ในสมองให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ดีนะที่ทำควบคู่กันไปกับงานที่ทำอยู่ได้ ไม่อย่างนั้นคงป่วนแย่ คุณบอยลงไปคุมสอบงานขับรถของประเทศคูเวต แต่ปรากฎว่าคนงานที่นัดไว้ทั้งหมดเบี้ยวสะดื้อๆ แกเลยว่างวันจันทร์ รอคุมสอบงานเกษตรประเทศอิสราเอลต่อในวันอังคารแบบเจียมตัวกลัวโดนเบี้ยว วันพุธนัดคนงานฝึกงานอเมริกาเข้ามาสัมภาษณ์อีก 7 คน ลุ้นต่อไปว่าจะโดนโรคเบี้ยวรุมเร้าอีกระลอกไหม เฮ้อ!

ผู้ชาย ในร้านก๋วยเตี๋ยว (แบบนี้ไม่มีขายตามท้องตลาดทั่วไป)

ไปกินก๋วยเตี๋ยวต้มยำแถวอ่อนนุช ในเนตเค้าแนะนำว่าอร่อยนักอร่อยหนา ชื่อร้านอะไร? จำไม่ได้สะแล้วสิ แต่ก็คงจะอร่อยมากๆจริงๆนั่นแหละ เพราะคนล้นร้าน ที่จอดรถก็ไม่มีต้องวนสองรอบถึงจะได้จอด เราสั่งบะหมี่ต้มยำทุกอย่างน้ำ คุณบอยสั่งเหมือนกัน รสชาดอร่อยดี น้ำซุบใสแว๊งเลย เส้นนุ่ม เส้นอร่อยม๊าก เครื่องในก็ซอยชิ้นอย่างหนา เรียกว่าไม่งกเครื่องเลย ขาดก็แต่รสชาดที่จัดจ้านของน้ำต้มยำไป แต่ก็คงเป็นเพราะแถวนี้ต่างชาติเยอะเค้าเลยทำรสชาดเอาใจต่างชาติมากไปนิด ไม่ถึงใจคนไทยภูเขาอย่างเรา แต่ถึงจะไม่ถูกใจมากเท่าที่ควรก็ฟาดเรียบหนึ่งชามใหญ่ในเวลารวดเร็ว ขณะที่รอเรียกเค้าเก็บตังค์อยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงผู้ชายโต๊ะข้างๆสั่งก๋วยเตี๋ยว มาดคุณชายมาก เขานั่งไขว่ห้างและชี้นิ้วเป็นจังหวะตามสั่งด้วย แอบมอง แอบขำในใจ มีคำสั่งส่งท้ายที่ทำเราสะอึกได้อีก สมมาดจริ๊ง สมมาด เค้าพูดเสียงเข้มงวดคิ้วขมวดนิดหนึ่งว่า "ไม่ชูรสนะ ไม่กระเทียมเจียว หัวใจไม่เอาฯลฯ (ฟังไม่ชัด 555)" ประโยคคำสั่งประโยคหลังนี่ทำเอาคุณบอยชะงัก และพลอยเงี่ยหูฟังไปพร้อมๆกับเราด้วยจ่ายตังค์เสร็จแล้วสองคนก็เดินออกจากร้านก๋วยเตี๋ยวพร้อมอาการยิ้มกรุ้มกริ้ม โดดขึ้นรถได้ฉันพ่นทันที"เค้าคิดว่าเค้าจะหลบผงชูรสได้เหรอคะ ในซีอิ๊ว ในเครื่องปรุงทุกอย่างแหละมันมีหมด ที่จริงเค้าก็มีสิทธิที่จะเลือกสิ่งดีๆให้ตัวเองนะ แต่ถ้าขนาดนี้ก็น่าจะทำกินเองที่บ้านนะ ว่ามะ?...รึทำเองก็ทำไม่เป็นอีก? ตายเลยหนูกลัวได้คนอย่างนี้มาเป็นผัวจังค่ะ เหน๊อะ..เหนอะ"ฉันสรุปหลังจากพล่ามมานาน แล้วหันไปขอความเห็นจากคุณบอย แต่คุณบอยก็ได้แต่พยักเพยิดตามเท่านั้นเพราะแกพูดไม่ทันฉัน อินี่มันชงเองตบเองเสร็จเลย..

คงเป็นวันที่คิดถึงน้ำพริกที่สุด

วันพฤหัส คุณบอยมารับไปกินบุบเฟ่ บุบเฟ่ติ่มซำที่ท่องกี่ภัตตาคาร ไปถึง ..นั่งลงก้นยังไม่ทันจะอุ่น ติ่มซำมากหน้าหลายตาก็ทยอยมาที่ละอย่างสองอย่างจนเต็มโต๊ะหมุนๆ โอ้ว...ตื่นตาตื่นใจมากแม่เจ้า ไม่เคยมีติ่มซำมากองพะเนินเทินทึกต่อหน้าต่อตามากมายขนาดนี้มาก่อนเลยชั่วชีวิตนี้ ค่อยๆบรรจงคีบชิมอย่างละนิดอย่างละหน่อยไปอย่างอารมณ์ดีกันสองคน เป็นมื้อที่ไม่มีบทสนทนามากนัก นอกเสียจากประโยคที่ว่า "นั่นอะไรหน่ะ?" "ไอ้นั่นอร่อยไหม?" สลับฉากไปเรื่อยๆไม่มาก วินาทีนั้นเราไม่เน้นบทสนทนา มันไม่จำเป็นมากสักเท่าไหร่ ผ่านไปเกือบชั่วโมงติ่มซำบนโต๊ะพร่องไปเกินครึ่ง แต่ยังไม่มีทีท่าว่าเราจะวางตะเกียบลงทุกอย่างยังคงดำเนินต่อไปท่ามกลางความเงียบ ผ่านไปได้อีกสักครู่จู่ๆคุณบอยที่กำลังเคี้ยวอย่างอร่อยก็หยุดเคี้ยวแล้วนิ่ง เป็นอาการไม่ต่อเนื่องจนฉันต้องหยุดนิ่งตามแกไปด้วย แกนิ่งอยู่สักสองนาทีจึงหยิบน้ำขึ้นดื่ม ฉันวางตะเกียบลง เราสั่งเช็คบิลแล้วเดินออกจากร้านกันเงียบๆ ไม่มีสักคอนเม้นท์จากปากนักชิมทั้งสองคน ต่างคนต่างตั้งหน้าตั้งตาเดินดุ่มๆไปที่จอดรถเพื่อขับกลับบ้าน แต่จนแล้วจนรอด ฉันก็ทำลายความเงียบลงด้วยประโยคถนอมน้ำใจคนพาไปว่า "อิ่มจังเลยค่ะ" คุณบอยที่นั่งอัดบุหรี่หันหน้าที่พะอืดพะอมมาแล้วพูดเบาๆว่า "คำสุดท้ายกลืนไม่ลง ต้องกินน้ำตามเลย" จากนั้นความในใจของคุณบอย คนที่ชอบเที่ยวชิมของอร่อยๆตามที่ต่างๆก็พรั่งพรูออกมามากมาย รวมๆแล้วจับใจความได้ว่า ทำไมไม่รู้สึกว่าอร่อยและอยากที่จะกลับไปกินอีก? "หนูว่าเพราะรสชาติแต่ละอย่างมันไม่แตกต่างกันมาก เลยทำให้รู้สึกเลี่ยนหน่ะค่ะ" ฉันบอก แกพยักหน้าเห็นด้วย ครั้งต่อไปคุณบอยคงไม่ชวนไปกินบุบเฟ่ติ่มซำอีกต่อไปแล้ว ฉันว่า...นะ

หุยยยยยยยยย เบื่อ

คุณบอยมารับไปทานข้าวที่ห้องคุณนนท์ตอนเที่ยง นึกว่าจะใจดี กลัวเราเหงา ที่ไหนได้ รับไปฟังคุณนนท์ชี้แจงเรื่องงาน งาน งาน แล้วก็ งาน
ไม่
    หนุก
         เลย
ไม่ใช่เพราะว่าขี้เกียจ (แม้จะมีส่วนอยู่บ้าง) แต่หลักๆเลยก็คือ.. คนอธิบายงาน พูดจาไม่เป็น เรียงคำพูดได้ไม่น่าฟัง ซ้ำยังอธิบายกระโดดไปกระโดดมาน่าเบื่อที่สุด เลยไม่ตั้งใจฟังเท่าไหร่ หนักเข้า หนักเข้า เราถึงกับบ่ายหน้าหนีเลยดื้อๆ นี่แหละนะ ผลของการเป็นคนที่ไม่อ่านหนังสือ จึงกลายเป็นคนพูดจาไม่ค่อยจะรู้เรื่องไปเสียอย่างนั้น ทานข้าวเสร็จจึงฉากขอตัวกลับอย่างเร็ว หันไปบอกคุณบอยที่ขับรถมาส่งว่า "หนูว่า เอางี้ ป๋าพูดกับคนงานให้หนูฟังครั้งหนึ่งนะจะง่ายกว่า อธิบายแบบนี้ไม่ไหว ไม่อยากเข้าใจ แล้วนี่ป๋าเข้าใจหนูไหม?" เฮ้อ..

เหง๊า เหงา

          อยู่กรุงเทพตั้งแต่วันจันทร์แล้ว (โดนคุณบอยมาเอามาโยนทิ้งไว้ที่บ้านใบตอง) เหง๊า เหงา คอมพ์ก็ไม่ดี ซ่อมก็ไม่เป็น นอนจมซีรี่ย์ทั้งวันทั้งคืน ดูแม่งตั้งแต่ซีรี่ย์ไต้หวัน ยัน ซี่รี่ย์ญี่ปุ่น แหกตาดูหามรุ่งหามค่ำเหมือนคนบ้า วันแรกมาถึงก็มานั่งเฝ้าคุณใบตองอ่านหนังสือสอบ (มิตินี้ เป็นของไม่คุ้นเล้ย เพราะไม่เคยนั่งท่องหนังสือทั้งวันอย่างนี้ อาศัยหน้าตาดีเข้าสู้ สอบแต่ละครั้งจึงผ่านไปได้ฉี่เฉี่ยวหัวเปียกปลายผมตลอด) นั่งดูความขยันของนังใบตองจนไตจะวายข้างๆมัน เด็กห่าไรวะโครตดีเลย แอบอับอายเล็กน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับตัวเอง หุ่ยยยยยยย ย ย ความไม่รับผิดชอบชั่วดีของตัวเองเมื่อครั้งก่อนๆกลับมาให้เห็นเด่นชัด ณ.วันนี้นี่เอง พยายามทำดีไถ่โทษด้วยการเอาใจคุณน้องเต็มสตรีม ป้อนข้าว ป้อนน้ำ ป้อนยา ป้อนขนม น้ำหวาน สารพัดอย่าง ฯลฯ ส่วนตัวเองนั่งจิบเบียร์ไปดูซีรี่ย์ไปอยู่ห้องข้างๆไม่ได้ห่าง เผื่อว่าน้องจะเรียกใช้ T^T ฮือ ฮืออ อ อ ดีกว่าอีเย็นก็ตรงที่มีเบียร์นี่หละวะ แสรดดดดดด