Profil de NuNingSawatdee JawPhotosBlogListesPlus Outils Aide

Blog


อิดตาระดุด

ถึงจังหวัดอุตรดิตถ์เกือบจะหกโมงเย็น ล่าช้ากว่าปกติมาก
สาเหตุเนื่องมาจากม๊อบข้าวโพดปิดถนนที่แยกอำเภอเด่นชัย
จึงต้องบ่ายหัวรถเข้าเส้นทางอำเภอศรีสัชนาลัยแทน เสียเวลาไปมากและป๋าเองก็เริ่มที่จะบ่นแล้ว
ต่างกันแต่...ผู้โดยสารอย่างเราไม่ได้ซีเรียสเลยสักนิดเพราะสองข้างทางนั้นสวย น่ามอง
เสียงบ่นงืมงัมยังคงสาดมาเป็นห่า ห่า
ซัดเป็นระลอก ระลอก จากทางคนขับรถ จากบ่นกลายเป็นวีนแตก

"จัมั กับรถของมันเอาไปวางไว้กลางแยกรัชดาดูสิมันจะไปไหนได้" ป๋าระเบิดอารมณ์ในที่สุด
"ขับแบบนี้จอดเลยดีมั้ยเนี้ย"
"มึงจะเบรคทุกโค้งไหม มึงจะเบรคทุกโค้งทำไม เบรคทามม๊ายยคร๊าบ กูหล่ะไม่เข้าใจมึงเล้ย"

เวลาฟังป๋าหลุดนี่สนุกดีนะเหมือนได้ดูท็อคโชว์ เป็นการเดินทางที่ดื่มด่ำหลายรสชาดเช่นเคย
แต่แรงระเบิดดูจะรุนแรงขึ้นทุกขณะ จึงฉุดอารมณ์แกด้วยข้าวเหนียวหมูปิ้งเป็นมื้อเย็นที่ในรถสะเลย
หนุบหนับกัน ปากมันแผล็บ อร่อยจนไม่มีเวลาว่าใคร

 ปอ.ลิง เนตโรงแรมช้าได้ใจเจงๆ



วันนี้ จะไปหลงลับแลอีกแล้วจร้า



 วันนี้ก ลังจะเดินทางไปท งานที่จังหวัดอุตรดิตถ์จ้า
ไปแบบป่วยเหลือน้อย ค่อยยังชั่วนะ เพราะเมื่อกี้ดูในอินเตอร์เนตแล้วเจอของอร่อยเมืองลับแลเพี๊ยบเลย 5555 จะไปชิม แก้แค้นให้ใจหายอยากที่ไม่ได้ชิมแซ่บอิสาน แต่ยังคงเน้นที่ประเด็นหลักอยู่นะคะว่าไปท งาน ท งานจริงๆค่ะ [ขออภัยพิมพ์สระ อาม ไม่ติดค่ะ]


 เมื่อกี้ยกกระเป๋าไปไว้ในรถ
มองที่บนฟ้ามันมืดตื๋อเลย คงต้องโดนฝนตลอดทางแน่ แน่ อร๊ายยยยย บรรยากาศมันน่านักอีกแล้วคร่าพี่น้องขรา กรี้สสสสสสส คุณเตยหนิงได้นั่งรถเที่ยวอีกแล้วคร่า ดีใจ ดีใจ

 ถึง..ด็อกเตอร์ชู
ขออภัยที่เบี้ยวนัด
กลับมาถึงวันพฤหัสจะรีบไปหาอย่างด่วนเลยคร่า ^^


ขอนแก่น เมืองเสียงแคนที่ได้ไปเยือนมา



blog ที่แล้วหลายคนถามว่า ตกลงได้ไปขอนแก่นไหม?★ได้ไปค่ะ ไปแบบป่วยๆ ออกเดินทางจากเมืองพะเยาเช้า
วันที่ 15 ไปทางเพชรบูรณ์


และ..ไม่ดื้อตลอดการเดินทาง
★ปฏิติตามที่ด็อกเตอร์ชูบอกตลอด คือนั่งไปสบายๆ ไม่ต้องกลัวหรือนั่งเกร็งตลอดทาง
เส้นทางสายเพชรบูรณ์สวยม๊าก ผ่านเขาค้อเข้าเขตน้ำหนาวยิ่งสวยสุดๆ ฝนตกบางๆตลอดทั้งวัน ตลอดการเดินทาง ยิ่งช่วยให้สองข้างทางน่ามอง บรรยากาศมันน่านักว่ามะ ?
น่าเสียดายก็แค่ไม่ได้แวะถ่ายรูปเลย ร่างกายและทุกๆอย่างไม่เอื้อ

ถึงขอนแก่น ยังไม่ทันจะได้ยินเสียงใครเอิ้นเว่า
ภาษาอิสานเลย ป๋าก็จับเข้าห้องพัก

★ที่จริงแพลนไว้ว่าจะไปหาอาหารแบบแซ่บอิสานชิม อยากลองชิมมานานแล้ว อิสานแท้ๆเนี้ย เป็นอันหมดโอกาศ ป๋าเป็นห่วงแผล อยากให้นอนพักมากๆเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว แถมแกยังขันอาสาห์ไปหาซื้ออาหารอิสานมาให้กินที่ในห้องพักอีกด้วย และที่ได้มาคือตับหวานราดข้าว ลาบอิสานราดข้าว ก็ไม่เข้าใจว่ามันอิสานที่ตรงไหน แบบนี้ที่พะเยาก็มีให้กิน แอบบ่นอุ๊บอิบในใจแปปหนึ่ง ใจยังนึกเข้าข้างตัวเองว่าพรุ่งนี้ป๋าคงพาไปชมเมือง แล้วก็พาไปนั่งร้านอาหารอิสานของจริงเป็นแน่

เปล่าเลย
★ขอนแก่นที่ได้สัมผัสคือ เดินเข้าโรงแรม นอนดูทีวีในห้องพัก แล้วก็ กลับบ้าน ป๋ายังใจดีที่ขากลับจอดแวะซื้อหม่ำกลับไปชิมที่บ้าน


ที่จริงป๋าก็ไม่ได้ใจร้ายอะไรนักหนา ขากลับก็พาขับขึ้นไปดูบนเขาค้อ แถมยังจอดรถพาทานข้าวที่เรนฟอเรสอีกด้วย สถานที่สวย อาหารอร่อยและแพงตามบรรยากาศ

แต่ก็ประทับใจไม่น้อย



ดื้อด้านไปขอนแก่น

: เดือนนี้มีงานนัดพบแรงงานที่จังหวัดขอนแก่นเมื่อวันที่ 17-18
คิดเอาไว้ว่าจะไม่ไป เพราะยังกังวลเรื่องแผลอยู่มาก
แ ต่ เ มื่ อ วั น ที่ 15  .........................
หมอชูนัดดูแผลก็อดไม่ได้ที่จะอ้อมแอ้มถามหมอว่า "แผลดีไหมคะ?"
พอได้คำตอบว่า "ไม่มีปัญหา วันนี้หมอจะติดสติคให้นะ" เท่านั้นแหละ
เลยถามหมอเสียงเบาๆต่อว่า "ถ้า..นั่งรถไปขอนแก่นจะเป็นอะไรไหมคะ? นั่งเฉยๆอ่ะค่ะ"
หมอชูวางมือจากการทำแผลแล้วหันมาทำหน้าคิดแปปหนึ่งจึงตอบว่า
"ไปได้นะ นั่งรถเฉยๆ ไม่ขับรถนะ ไม่ยกของหนักด้วย แล้วต้องทำแผลทุกวัน ที่คลินิกก็ได้"
ผ่านด่านคุณหมอได้จึงเริงร่ารีบบอกป๋าว่า "หมออนุญาติให้ไปได้"
แต่ป๋ากลับบ่นกระปอดกระแปด
"อย่าเลยเดี๋ยวถ้าย่าเธอ พ่อเธอ รู้ฉันก็โดนด่าอีก"
เข้าใจว่ากลัวโดนบ่น แล้วทำไมไม่เข้าใจบ้างว่าอยากไป อยากเห็น
ถนนสายที่ไม่เคยไปมันมีสเน่ห์มากเสมอสำหรับเรา

 


"ฝนตกขับรถไปคนเดียวอันตรายนะ" ยังคงหาเหตุผลมานำเสนอต่อ
"โอ้ย..ขับไปกรุงเทพ ก็ขับคนเดียว" เสียงป๋าเริ่มรำคาญแล้ว

 

"ไปคนเดียวไม่เหงาเหรอคะ?" เราก็ยังไม่หยุด
"ชินแล้ว" โหย เสียงโครตไร้อารมณ์เลย ใจร้ายว่ะ

....................................

"ไม่อยากให้หนูไปด้วยใช่ไหมคะ?" เหตุเริ่มไม่มีผล

"................อยาก" 
G a m e O v e r

กลับบ้านได้วันครึ่ง

 

วันแรกที่กลับมาถึงบ้าน บีคลู ดีใจมากๆ มันวิ่งส่ายหางส่ายตูดดุ๊กดิ๊กไปรอบๆ
พอเห็นมันดีใจเราก็ดีใจตาม รักจังเลย เจ้าหมาดี
แล้วพอเราทิ้งตัวนั่งพักที่โซฟา บีคลูก็กระโดดขึ้นมานอนตักเหมือนที่มันเคยทำ
แต่คราวนี้โดนแผลผ่าตัดเข้าไปเต็ม เต็ม อร๊าค ค ค ค ค!!!


กระอักความรักของบีคลูเต็มเปี่ยม สุดซึ้ง และประทับใจไม่รู้ลืม

ห้องนอนที่อยู่ชั้น3 เปรียบเหมือนยอดเขาเหลียงซาน
หยุดพักเหนื่อยหลายครั้งหลายครากว่าจะถึงห้องนอน
พาลคิดไปว่าแล้วพรุ่งนี้ ..นอนพักอยู่คนเดียวในห้อง
คนอื่นเค้าทำงานข้างล่างกันหมด
ถ้าจะลุกนั่งรึไปห้องน้ำจะตะโกนเรียกคนข้างล่างท่าไหนดี



ปวดกะบาล แต่ไม่หนักใจ

ไม่มีที่ไหนสุขเท่าบ้านจริงๆ นอนผึ่งแอร์ดูซีรี่ย์เหมือนเคย เคย
แต่...แตกต่างกับทุกๆครั้งก็แค่ 2ทุ่มปุ๊ป ตาปิดปั๊ป อารายจะเด็กดีปานน้าน



เช้าวันที่2
ด้วยความดีใจที่ได้กลับบ้านจึงพยายามทำเหมือนเมื่อตอนที่ยังสบายดี คือลงมานั่งทำงาน
ขอให้ป๋าช่วยพยุงลงมานั่งที่โต๊ะทำงาน อย่างแรกที่ทำคือ..เปิดคอม นั่งเล่นสเปรซ...

อย่างที่2 ที่ทำคือ ให้ป๋าพากลับไปโรงพยาบาลเพราะแผลแตก
มีหลายคนชมว่าสามารถมาก

ได้กลับบ้านเสียที

วั น พุ ธ ที่ 10


วันนี้เป็นวันที่ดี อารมณ์ดี ใจดี อาการดีไม่มีไข้ทั้งกาย
ทั้งใจ มองป๋าที่นอนตรงโซฟา น่าเอ็นดู
เดินเหยาะแหยะพาตัวเองไปจัดการธุระส่วนตัวเองในเช้าวันนี้ด้วยตัวเอง แม้จะบังคับร่างกายได้อย่างช้าๆ แต่ก็รู้สึกเพลินมาก ถักเปียเสร็จนึกอยากที่จะเดินไปซื้อพายมะพร้าวอ่อนที่เซเว่นที่ตึกด้านหน้า แต่มาคิดดูดี ดี อีกทีก็กลัวใครเค้าจะมาชนล้มจึงเลิกล้มความคิดไป

7 โมง ป๋าที่นอนนิ่งที่โซฟาเริ่มขยับตัว

แกลุกมานั่งเมาขี้ตาอยู่ครูหนึ่งจึงออกไปซื้อโจ๊กบุญชูให้ เมโดนโทรตามตัวมาจากออฟฟิสให้มาช่วยเก็บของ มาแบบมึน มึนและถามว่า "หมอให้กลับแล้วเหรอ?" ..ถามเป็นระยะ ระยะ แม้จะได้คำตอบว่า "ไม่รู้สิ" ทุกๆครั้งก็ยังไม่เลิกถาม เออเร่อจนกู้คืนไม่ได้เสียแล้วหนูเม

หมอเก่งกิจ มาเยี่ยมไข้ช่วงบ่ายพร้อมกับคำถามว่า "อยากกลับบ้านรึยัง?" กำลังจะอ้าปากตอบว่า คร่า หมอก็พล่ามมาอีกเป็นชุด ชุดแล้วมาจบลงตรงคำถามที่ว่า "เดินได้เยอะไหมครับ?" เราก็ได้แต่ยิ้มตาใสให้ จะบอกว่าไม่ได้วัดระยะเป็นกิโลเมตรไว้ก็กลัวจะไม่ได้กลับบ้าน จึงยิ้มกว้างให้หมอแล้วบอกว่า "เดินจนถึงปักกิ่งแล้วค่ะ" หมอชะงักไปหน่อยนุง พอตั้งสติได้แกก็บอกว่า "โอเค งั้นหมอจะจัดยาให้ไปกินต่อที่บ้านนะครับ" พูดจบหมอก็เดินจากไปด้วยความรวดเร็ว หมอชูยังอารมณ์ดีกว่านี้เลย หมอคนนี้ไม่น่ารักเท่าที่ควรให้ 5 คะแนนพอ เสียดายจังที่ไม่ได้ลาหมอชูกับหนูนา ยังไม่กลับจากอบรมทั้งสองคน
แต่ก็ดีใจที่ได้กลับบ้าน

7 วันที่โรงพยาบาล
ขอบคุณ คุณป๋าบอยที่นอนเฝ้าไข้ทุกๆคืน ขอบคุณที่อุ้มลุกอุ้มนั่งและจัดการเรื่องต่างๆให้ ขอบคุณหนูปูกะนุ้งซีที่แย่งกันพาเดินเล่น ขอบคุณแม่ที่ทำอาหารอร่อยๆให้ และคนสุดท้าย ขอบคุณเมที่ไปนั่งดูทีวีเป็นเพื่อน 

จะได้กลับบ้านแล้ว

 เข้าพักฟื้นที่ตึกเด็ก

 บรรยากาศช่วยให้มีใจอยากจะเดิน คงเป็นเพราะมันไม่หดหู่มากจนเกินไป

 เช้าวันจันทร์จึงเริ่มลุกยืน และเริ่มเดิน แต่ทุกอย่างมันไม่ง่ายเหมือนเคย เพราะยืนได้แปปเดียวก็จะ

 ปวดและแน่นหลังอย่างมากมายมหาศาล แถมยังต้องเดินตัวงอมือกุมท้อง ยืดตัวตรงๆไม่ได้ สถิติ

 แรกของการก้าวย่างหลังผ่าตัดคือ หน้าห้อง-ท้ายห้อง ออกนอกห้องไม่ได้กลัวจะล้มลงไป เพราะ

 ยังมีอาการหน้ามืด วิงเวียนอยู่มากโข คาดเดาไปเองว่าเลือดคงยังไม่พอ ผลิตไม่ทันใช้

 
วันนี้หมอชูไม่อยู่ไปอบรมที่กรุงเทพ วันนี้จึงไม่มีหมอมาดูอาการ รู้สึกเหมือนโดนทิ้ง 555


 วันอังคาร ที่ 9

 วันนี้ออกไปเดินนอกห้องได้สถิติใหม่คือ หัวระเบียง-ท้ายระเบียง มีป๋าเดินพยุงอยู่ข้างๆ ช่วงบ่าย

 หมอเก่งกิจมาดูอาการแทนหมอชู แกสงสัยว่าทำไมยังมีไข้ แล้วทำไมไข้ไม่ลด ทั้งๆที่ดูจากแผล

 แล้วแผลไม่มีปัญหาอะไร จึงอ้อมแอ้มยอมบอกหมอไปว่า "คือว่า..เริ่มมีไข้ตั้งแต่วันที่เส้นอักเสบ

 คือ..มันบวมมากเลยค่ะ แตะไม่ได้เลย" ยื่นแขนให้หมอดูร่องรอยของห้องพักฟื้นรวม มันบวมเป่ง

 ทั้งแขน เหตุเพราะนางพยาบาลใช้เข็มเบอร์ใหญ่สุดเจาะใส่น้ำเกลือให้ โดยมีเหตุผลว่า "ใช้เข็ม

 เบอร์ใหญ่ๆไปเลยค่ะ จะได้ไม่ต้องเจาะบ่อยๆ" เข้าใจเหตุผลอยู่ว่าคนเยอะไม่ค่อยว่าง แต่เมื่อมัน

 

 

 อักเสบแล้วก็น่าจะสังเกตุกันบ้าง ใจร้ายและไม่มีระเบียบในการทำงานสุดๆเลย โดนเราแช่งในใจไป

 หลายยก หมอเก่งกิจบอกว่า "ถ้าไข้ลดกลับบ้านได้แล้ว" เย้ เย้ หมอเก่งกิจขอฉีดยาลดไข้เข้า

 เส้นอีก 1 เข็ม จึงบอกหมอไปตรงๆว่า "ไม่ชอบเข็มอ่ะค่ะ TT ขอเป็นยากินแทนได้ไหมคะ"

 ไม่น่าเชื่อหมอยอมแหะ หุหุ คุณหมอยังบอกอีกว่า "เดินมากๆนะครับ ถ้าไม่มีปัญหาอะไรพรุ่งนี้ก็

 กลับบ้านได้แล้ว" ได้ฟังแบบนี้แล้วมีกำลังใจอย่างแรง หนูปูมาตอนเย็นจึงให้พาเดินรอบตึกเด็กเลย

 อยากกลับบ้านแล้ว

 

 

ย้ายไปอยู่กับเด็กน้อย

วันอาทิตย์ ที่ 7 Thank You NuNa


 ในห้องพักผู้ป่วยรวม

กับเช้าที่เริ่มยิ้มให้กับผู้คนรอบ รอบตัว เรียนรู้ที่จะมีความสุขกับทุกสิ่งที่เป็นอยู่มากขึ้น
 

วันที่สามหลังการผ่าตัดเปิดหน้าท้อง
หมอชูถามว่า "ลุกเดินรึยัง?" อะไรจะไวปานวอกอย่างนั้นได้คะคุณหมอ ลุกนั่งยังไม่ได้เลย นี่หมอจะให้เดิน โหดไปมั้ย? เถียงหมอชูอยู่ในใจภายใต้ใบหน้าเด็กดีและเชื่อฟังอย่างหามิได้
หมอพูด พูด พูดหลายอย่าง หมอบอกว่าที่ต้องผ่าเปิดหน้าท้องเพราะว่าเจาะท่อไปแล้วแต่ถุงน้ำดีอักเสบมากจึงไม่เสี่ยงที่จะใช้กล้อง อีกอย่างก็คือ ในถุงน้ำดีของทุกคนจะมีน้ำดีสีเขียวๆอยู่ แต่ของเราไม่มีแล้ว หมอว่าพักฟื้นนานหน่อยแต่ก็ไม่มีอะไรน่าห่วง สบายใจได้ ก่อนจะเดินไปเตียงอื่นแกถามเราว่า "เออ เห็นรึยัง?" แล้วก็จากไปพร้อมกับเสียงหัวเราะชวนฉงน จึงหันไปมองหน้าป๋า ป๋าเปิดลิ้นชักที่หัวเตียงแล้วหยิบถุงพลาสติคให้ดู ข้างในมีเม็ดพุทธากวนอยู่เม็ดหนึ่ง จึงถามป๋าว่า "อะไรอ่ะ?" ป๋าไม่ตอบจึงรับมาเพ่งพินิจใกล้ๆ พอเริ่มจะรู้ว่ามันคือนิ่วของเราเองก็ส่งคืนให้ป๋าเอาไปทิ้ง ปากก็เริ่มบ่น "หนูบอกหมอแล้วว่าไม่ต้องเก็บไว้ให้ ให้ทิ้งเลย นี่จะเก็บไว้ทำไมเนี้ย ไม่ได้อยากจะดูเลยนะ เอาไปทิ้งเลย เอาไปทิ้งไกลๆเลย" ป๋ากลั้วยิ้มแล้วเก็บที่สิ้นชักเดิม ....น่ารักมาก รอหายก่อน รอหายนะ


 
 

ที่จริงแล้วอยู่ห้องรวมก็ดีนะ มีกำลังใจดี อย่างวันนี้เห็นคุณป้าเตียงตรงข้ามที่ผ่าวันเดียวกันกับเราเค้าลุกนั่งได้แล้ว เราก็ยิ่งรู้สึกว่าต้องพยายาม มันทำให้มีแรงฮึด หันไปบอกป๋าว่า "หนูจะลุกช่วยหน่อย" ป๋าทำหน้าแปลกใจแล้วถามว่า "จะเดินเหรอ" จึงตอบด้วยเสียงที่มั่นว่า "ปล่าว..เค้าจะนั่งเฉยๆ"

แล้วกิจกรรมแรกหลังจากนั่งได้คือ นั่งแกว่งเท้าไปมาที่บนเตียง เฝ้ามองความเป็นไปของแต่ละเตียง ละเตียง ด้วยความเพลิดเพลิน

ช่วงบ่ายของวันอาทิตย์ มีบุรุษพยาบาลเข็นรถมาที่เตียงเรา แล้วบอกว่า "ย้ายเข้าห้องพิเศษ" มันเป็นเสียงที่เพราะมากๆ เค้าเข็นเราไปที่ตึกพิเศษเด็ก ตึกไม้ชั้นเดียวที่มีห้องเรียงรายกันแค่สิบห้องเท่านั้น นาดูแลอยู่ที่นี่ออกมาทักทายถามไถ่อาการ ป๋าขอบคุณนาที่เป็นธุระเรื่องห้องให้ คาดว่าคงใช้กำลังภายในมากพอดูกว่าจะได้ห้องพิเศษห้องนี้มา

เพื่อนๆห้องข้างๆจึงมีแต่เด็กน้อยที่มีผ้าพันแผลที่หัวบ้างที่แขนบ้าง วิ่งกันให้ป่วนไปหมด หน้าตึกก็มีของเล่นเด็กเต็มสนาม น่าไปนั่งชิงช้าทำแอ็บใสมั่กๆ

ไม่เจ็บแล้ว..

เช้าวันเสาร์
ตื่นมาตีสาม พยาบาลปลุกขึ้นมาวัดไข้ วัดความดันและทำความสะอาดแผล ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเช้าขนาดนี้ แต่ก็พยายามเข้าใจว่าห้องรวมนี้คนไข้ทั้งหมด40กว่าคน ต้องเร่งทำให้เสร็จก่อนที่หมอจะมาตรวจไข้


 
 

ทำแผลเสร็จ
อยากที่จะนอนต่อแต่ทำไม่ได้ นักศึกษาพยาบาลเดินเข้ามาเป็นกลุ่มๆ แต่ละกลุ่ม แต่ละคน รับผิดชอบคนไข้แต่ละเตียง แล้วรายงานครูพี่เลี้ยง น่าแปลกใจทำไมไม่มาเตียงเรา มีแต่ครูพี่เลี้ยงที่เดินมายืนที่ปลายเตียงแล้วถือวิสาสะหยิบหนังสือการ์ตูนของเราเล่มนั้นเล่มนี้ไปเปิดเปิดดู ไม่น่ารักเลยให้ตายเถอะ ได้แต่คิดในใจว่า ไปให้พ้นๆกูที


อารมณ์เช้านี้ครุกรุ่นมาก
มีหลายหลายอย่างสร้างความหงุดหงิดขึ้นมาในใจทีละนิดละหน่อย และเมื่อมันรวมตัวกันมากขึ้น หัวใจก็เริ่มงอแงไม่เอาอะไรสักอย่างแล้ว ทุกอย่างที่เข้าใกล้ล้วนน่ารังเกียจทั้งหมดทั้งสิ้น พาลน้ำตาจะไหล

 
  เหลือบไปมองเห็นป๋านอนเฝ้าไข้ที่พื้นห้องข้างๆเตียงเรา
  ทุกอย่างจึงหยุดนิ่ง ใจเริ่มหายหงุดหงิด และสบายดี เรา
  ไม่ได้อยู่คนเดียว

 



+

แอดมิน รอการชำแหละ

เข้าไปพบหมอชูพงษ์ช่วงบ่าย
★คิดไปเองว่า คงยังไม่ได้ผ่าหรอก คงต้องเข้าคิวอีกนาน นั่งคุยกันถึงอาการของโรคได้สักครู่ (ภาษาหมอคงเรียกว่าทำความรู้จักคนไข้)หมอชูฟันธงว่า "แอดมินเลย พรุ่งนี้ผ่าช่วงบ่ายนะหมอจะเคลียร์คิวให้ทันช่วงบ่าย" เอ่อ..ทำไมเร็วจัง จะไม่ถามสักนิดเหรอว่า
พร้อมมั๊ย...!!!ถามกูหน่อยได้ไหมหมอ?


เข้าใจว่าคุณหมอคงยังไฟแรงอยู่
★แต่ปัจจุบันทันด่วนแบบนี้ ลำบากแน่ ห้องพิเศษไม่ต้องถามถึง มันไม่มีแน่นอนอยู่แล้ว ร้อนถึงคอนเน็คชั่นทุกผู้ทุกคนที่นึกขึ้นได้ในนาทีนี้ ตั้งแต่เพื่อน ญาติ คนรู้จัก แต่ทุกคนให้คำตอบเดียวกันว่า "คงต้องนอนห้องรวมก่อน ออกจากห้องผ่า น่าจะได้ห้อง" น่าจะนะเพราะดูคิวแล้ว เราคิวที่40 

เป็นครั้งแรกเลยที่ได้สัมผัสห้องรวม สุดยอด!!!
★หันไปมองป๋าตาละห้อย ส่งกระแสจิตบอกแกว่า "เราได้ห้องแล้วค่อยผ่าได้มั๊ยอ่ะ ฮือ ฮือ นี่มันนรกชัดๆเลยนะ" 

คุณป้าเตียงข้างๆก็โทรมได้ใจ
★คุณยายเตียงซ้ายมือก็ดูแย่สุดๆ ฮือ...คุณยายขรา มองยายแล้วไม่ได้ช่วยให้หนูมีกำลังใจจะมีชีวิตอยู่ต่อในวันพรุ่งนี้เลยคร่า ฮือ..
มองหน้าป๋าอีกครั้ง แกปลอบว่า "เอาน่าวันสองวันเองเดี๋ยวก็ได้ห้อง"
ฮือ ฮือ ก็ไม่รู้สึกดีเลยนี่นา ทำไงได้ ฮือฮือ

 

วันศุกร์ที่ 5 วันที่ไม่สุขใจ วันที่กระวนกระวาย วันที่ได้แต่มองที่ประตูห้องรวมอยู่ทั้งวัน และนั่งเดาว่า เตียงที่เข็นมาเตียงนี้ใช่มารับเรารึเปล่านะ? มันไม่สนุกเลยที่ต้องอยู่กับความกลัวทั้งวัน
★บ่ายสองผ่านพ้นไปก็ยังไม่มีใครเรียกชื่อเรา รึหมอจะลืม? รึหมอจะไม่ว่าง?
บ่าย4 ผ่านไปได้ 10นาที ก็มีคนเรียกชื่อเราสะที บุรุษพยาบาลคนที่เข็นเตียงมารับเราหน้าตาดี มีอะไรให้สดชื่นบ้างอย่างนี้ค่อยยังชั่ว แต่..ไม่น่าถามคำถามโง่ๆเลยว่า
"กลัวไหมครับ?" สาดเป็นมึง มึงจะกลัวไหมหล่ะ เสียอารมณ์ว่ะ สมองแม่งไม่
อัพเดทเหมือนหน้าตาเลยให้ตายเถอะ


จึงเลือกที่จะยิ้มแห้งๆให้แทนคำตอบ
★แล้วพาตัวไปนอนนิ่งๆบนเตียงเข็น บอกลาเพื่อนๆร่วมห้องในใจ และสวดภาวะนาว่าอย่าให้ได้ตื่นมาในห้องผู้ป่วยรวมนี้เลย สาธุ กูขอลา

ถึงห้องผ่าตัด
★เค้าเข็นเรามาจอดรอข้างๆคนไข้อีกคนที่กำลังรอเข้ารับการผ่าตัดเหมือนกัน เราหันไปสบตาเขา สายตาของคนแปลกหน้าสองคนดูจะเข้าอกเข้าใจซึ่งกันและกันได้ดี แม้จะไม่มีสักคำพูดเดียว

ในห้องผ่าตัด
★ไม่ได้ดูน่ากลัวสักนิด ขณะที่พยาบาลกำลังเตรียมเราให้หมอชำแหละนั้น ก็หันไปบอกคุณหมอว่า "หมอคะ ไม่ต้องเก็บ นิ่ว ไว้ให้นะคะ เอาทิ้งไปเลยค่ะ ป้าเตียงข้างๆเอามาแบ่งให้ดูแล้วว่ามันหน้าตายังไง หนูไม่อยากได้ค่ะ" หมอรับปาก ก่อนที่จะหลับไปยังได้ยินเสียงหมอหัวเราะเสียงดัง 

 

คนไม่มีดี

พาตัวเองเข้าโรงพยาบาล..อีกครั้ง
★ในเช้าวันพฤหัสที่ 3 เพราะยาที่กินเข้าไปไม่ได้ช่วย
ทำให้รู้สึกดีขึ้นบ้างเลย หมอพยงค์ขอเจาะเลือดและ
อุลตร้าซาวด์ วินาทีนั้นไม่มีปัญญาเถียงหรือโต้แย้งในทุกๆเรื่อง จะทำอะไรก็ทำไปเลยค่ะ ขอแค่ให้หายปวดเป็นพอ


ผลเลือดออกมาไม่สู้ดีนัก อยู่ในภาวะเลือดจาง
★หมอชี้แจงว่ามียีนหรือกรรมพันธุ์ของโรคธาลัสซีเมียเพียงข้างเดียว คือมันแฝงอยู่ ทำให้ฮีโมโกลบินเช็คได้ที่5
คนปกติทั่วไปเค้ามีกัน10กว่า ยิ่งฟังก็ยิ่งเซ็ง

ผลอุลตร้าซาวด์ ยิ่งเลวร้าย
★ตรวจเจอนิ่วในถุงน้ำดี และถุงน้ำดีอยู่ในภาวะอักเสบ
อย่างรุนแรง จึงโดนส่งตัวให้หมอศัลยกรรมรับช่วงต่อ





วันนี้ฝนตกตอนกลางวัน

ฝนตก แดดออก เรายังคงนอนซมดูพันธมิตรที่โซฟา

หมอให้ยาอะไรมาก็ไม่รู้ ไม่เห็นจะหายเลย ก็ยังปวดท้องเหมือนเดิม นอนไม่ได้เหมือนเดิม เวลาไม่สบายนี่ดูตัวเองไร้ค่าดีเหนอะ ช่วยงานช่วยการอะไรไม่ได้เลย เหมือนกองขยะกองโตที่เดินหน้าหงิกตัวงอไปมารกหูรกตาไปวันวัน เวลาปวดมากๆจนทนไม่ได้ก็จะส่งเสียงโวยวายทีโครตอุบาดตัวเองเลยว่ะ


วันนี้มีคอมเม้นท์แปลกๆมาทิ้งเม้นท์มั่วๆไว้หลายเอ็นทรี่ สร้างความหงุดหงิดให้คนป่วยอย่างแรง ไล่ลบมันทิ้งทุกอันเลย คนอะไรไม่มีมารยาท สเปรซฉันรกหมดเลยสาดดด ป่วยแค่ไหนก็ยังมีแรงด่าฟระ 


ไม่ได้เข้าเกมส์ตั้งหลายวันแล้ว หมอให้นอนมากๆ แต่อยากเล่นเกมส์มากๆเหมือนกันนะ。

คิดถึงนูริจังเลย

บันทึกคลำทาง

***   ここにタイトルを書きます  ***

ลั๊น~ลา
จะไปทำงานที่จังหวัดขอนแก่นในอีกไม่กี่วัน ยังไม่ได้วางแผนอะไรเลยสักกะอย่าง จากพะเยาจะไปเส้นไหนดี แล้วที่เราจะไปทำงานนี่มันอยู่ที่ตรงไหนของจังหวัดขอนแก่นก็ยังไม่รู้อะไรเลย 555 ม่างโครตรอบคอบเลยกู

วันนี้จึง
ลองเข้าเนตถามกูเกิ้ลดูว่ามีที่ไหนให้เที่ยวได้บ้าง (เน้นว่าเที่ยวนะ) ปรากฎว่าไม่มีอะไรที่น่าสนใจเลยสักกะอย่างตาย ตาย ไม่น่ารับปากเจ้านายเลยว่าจะไป แว๊ก...กลับลำก็ไม่ทันเสียแล้ว

ร้อนถึงคุณป๋า
รีบฟ้องทันทีที่รู้ว่าไม่มีที่เที่ยว ฟ้อง ฟ้อง ฟ้อง ฟ้อง ฟ้อง
.........ป๋าเฉยๆพูดแค่ว่า "จะแวะทำงานที่อุตรดิตถ์ก่อนนะ" กรี้สสสสสส。


โลกนี้ไม่ยุติธรรมเลย

ฮือ ฮือ..

เคยปวดท้องจนนอนหลับไม่ได้
★ก็หลายครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นติดกัน3วันทรมานสุดๆ มันทวีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ทุกวันจนต้องยอมแพ้ ยอมอัปเปหิตัวเองไปโรงบาลในเช้าวันเสาร์ในสภาพตัวงอ งอเหมือนกุ้ง

คุณหมอผดุงเจ้าของไข้คนเดิมที่เคยรักษา
★ตอนที่เป็นไตอักเสบยิ้มขำขำ เมื่อเห็นหน้าเรา ไม่เข้าใจ หมอจะยิ้มทำไมเนี้ย ยิ้มทำไมปวดจะตายอยู่แล้ว หมอเปิดประวัติไล่จากโรคเดิมที่เคยเป็นก่อน แกถามซ้ำๆเหมือนเคยหลายประโยค จนแน่ใจจึงบอกเราว่า "หมอว่ากระเพาะนะ"..วี๊ดดดดดดด
หมอว่าอีก ทำไมต้องว่า อย่าว่าดิ ฟันธงจิคะคนไข้จะได้สบายใจ เป็นก็บอกมาเลยโหยย


หลังจากที่ หมอว่า เสร็จสรรพแกก็บอก
★ว่า "หมอนัดอีกทีวันเสาร์นะคะ ถ้าทานยาแล้วไม่ดีขึ้น เช้าวันเสาร์งดอาหารมาเลยนะคะ อาจจะต้องอัลตร้าซาว์ดดู หมอกลัวว่าถุงน้ำดีจะอักเสบ ถ้ายังไงวันเสาร์เจาะเลือดเช็คตับ -ไตดูเลยดีกว่านะคะเพื่อความสบายใจ" เริ่มไม่เข้าใจว่าสบายใจที่ตรงไหน

ทำไมมันเยอะขึ้น เยอะขึ้น อ่ะคะคุณหมอขรา
★ยิ่งฟังก็ยิ่งมากโรคขึ้นเรื่อยๆนะคะ แต่ก็จำรับสภาพไป วันเสาร์รู้กัน ห้าๆๆๆๆๆฮือ ฮือ