NuNing's profileSawatdee JawPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    ถึงเธอ

     

          ถึงเธอ
          
          ลมหนาวกลับมาเยือนเมืองภูกามยาวอีกครั้งแล้ว เช้าๆหมอกจางๆคลุมทั่วทั้งเมือง
          ฉันชอบที่จะสูดอากาศยามเช้าแบบนี้มากที่สุดเลย รู้สึกเย็นและมีความสุขมาก
          กลางวันเริ่มสั้นลงสั้นลงขึ้นทุกๆวัน กลางคืนก็เริ่มยาวนานขึ้น อยากกลับไปนอนคุดคู้
          ฟังเสียงลมเหนือกระซิบกระซาบยอดข้าวที่บ้านกลางทุ่งจังค่ะ ที่สุดแล้วฉันก็ยังไม่มี
          โอกาศได้กลับบ้านเลย กลับไปนอนพัก กลับไปเพื่อให้หัวใจได้คิดถึง...
          ฉันนี่เป็นคนยังไงนะ จู่ๆก็อยากร้องไห้เสียอย่างนั้น
           ...อากาศแบบนี้ ฤดูแบบนี้มันทำให้หัวใจฉันเปราะบางกว่าที่ควรจะเป็นหรือเปล่าคะ
          ฤดูกาลมีผลต่อจิตใจมากขนาดนี้เชียวหรือ


                                  มีความสุขกับกลิ่นหอมของกาสะลองนะคะ
                                                      ฉันเอง

                                
           

    ถึงเธอ...


    เช้าที่ฟ้าฉ่ำฝน

    ฝนพรำทั่วฟ้าหลายๆวันแบบนี้ทำให้ฉันชักอยากอยากนอนมองฟ้าผ่านใบชมพู่มะเหมี่ยวสีเขียวอ่อนใบใหญ่ในวันแดดสวยบ้างแล้วสิ บางที บางครั้ง บรรยากาศแบบนี้ชวนให้เรารู้สึกอึดอัด เหงาและล้าเกินไป คงเป็นเพราะปัญญาที่รุมเร้าอยู่ในตอนนี้ด้วยกระมังถึงทำให้ฉันท้อ ก็เป็นเรื่องธรรมดานะ ไม่มีมนุษย์คนไหนชอบความทุกข์ ทุกคนไม่อยากแบกรับ ไม่อยากแก้ปัญหา ฉันยังไม่เคยพบเลยว่าชีวิตมันจะสิ้นทุกข์ รึจะมีสุขมากมายที่ไหน ความทุกข์ต่างหากกองเต็มทะเล ล้นมหาสมุทร ฉันเกลียด"ชีวิตชะตากรรม"แต่ยังดีที่ฉันรู้จัก"ทำใจ"ให้รักที่จะเรียนรู้และอยู่กับมันให้จงได้

    เมื่อกี้...
    จู่ๆฉันก็คิดถึงเธอ คิดถึงแบบใจเต้น ตึกๆ มือไม้อ่อน ตลกดีไหมคะ? อารมณ์ที่มาแบบไม่มีที่มา แต่มันรู้ค่ะว่ามีที่อยากจะไป สงสัยจังว่าถ้าฝนหยุดตกแล้วมันจะหายไปไหมนะ?
    อารมณ์แบบที่ฉันกำลังรู้สึกอยู่ แบบนี้

    เมื่อความคิดถึงกลับมาอีกครั้ง ก็ยังรู้สึก....................

    เธอจ๋า...

    เมื่ออาทิตย์ก่อนฉันยังนึกสงสัยอยู่ว่า
    "เมื่อไหร่นะความสุขจะวิ่งตามมาทันเสียที"
    วันทั้งวัน มีแต่คำว่าเมื่อไหร่? ทำไม? วนซ้ำไปซ้ำมาในหัวเต็มไปหมด พอใจนิ่งสักนิดก็ได้แต่ทอดถอนใจ นั่งมองฟ้าสีทึมๆ ฉาบสายฝนบางๆ ทั้งที่เมื่อก่อนบรรยากาศแบบนี้ฉันจะมีความสุขกับการนอนจมอยู่ในกองหนังสือกองใหญ่ อ่านทั้งวัน

    ความที่ไม่รู้จะทำอะไร จึงรื้อเอ็นทรี่เก่าๆอ่านไปเรื่อยๆ อ่าน"จดหมายที่ไม่ได้ส่ง(ให้เธอ)"อีกครั้งรอยยิ้มก็กลับมาเยือนเต็มหัวใจ เหมือนกลับไปได้รู้สึกรักเธออีก เหมือนวันที่เคยรัก

                   แล้ว
                    ก็
                 แอบ
                  คิดถึง
                   เธอ
                  จน
                   ได้

    นั่งยิ้มอยู่คนเดียวพักใหญ่ ก็คิดถึงลมธันวาที่โอบกอดทั่วทุ่งดาวขึ้นมา ฉันไม่ได้กลับบ้านเลยเมื่อหนาวที่เพิ่งผ่านไป มันเป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องที่ทะเลาะกับพ่อเมื่อปีที่แล้ว(เรื่องบ้านเลอะ)บ้านไม่สะอาดทำเราสองพ่อลูกไม่คุยกันได้เป็นปี ปี ไม่แปลกหรอกค่ะ คนสองคนที่มักจะใช้อารมณ์ให้นำพาชีวิตจะรู้สึกแย่เวลาที่หายโมโห แล้วก็อายที่จะยิ้มให้กัน เป็นอย่างนี้ประจำ ฉันว่ามันไม่ใช่เรื่องดีเลย ปีที่ผ่านไป ทุ่งดาวจึงร้าง พ่อก็ไปอยู่เสียที่ปาย ฉันเองก็อยู่แต่ที่ในเมือง ฉันกับพ่อคงน่ากลัวอย่างที่เธอเคยว่านะคะ พวกอารมณ์ร้าย

    อารมณ์ที่ทำให้ฉันทำอะไรบางอย่างหายไป

                  
                   มีความสุขกับเสียงฝนนะคะ
                         ฉันเอง..

    ถึงเธอ

    ช่วงนี้ฉันดื่มจัด เรียกได้ว่าสม่ำเสมอทีเดียว
    แต่มันไม่ใช่การดื่มเพื่อที่จะลืมหรือเพื่อที่จะจำ ไม่ได้ดื่มเพราะจมอยู่กับอดีต หากแต่ดื่มเพราะมีความสุขกับชีวิต

    บางภาพที่เคยแจ่มชัดนั้น
    ไม่ต้องลบด้วยการนั่งดื่มอีกต่อไปแล้ว
    ความทรงจำของเรานั้นมันไม่มีรูปทรง 
    มีแค่ความรู้สึกดีดีที่ส่งผ่านให้กัน
    ซึ่งมันก็ยังคงหอมหวาน

    ฉันไม่รู้สึกแปลกใจสักนิด
    ที่เธอโทรหาตอนตี2
    ฉัน"มั่น"เกินไปไหมคะ?
    แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันไม่ได้รู้สึกอะไร
    เธอ..ยังทำให้หัวใจฉันเต้นแรงได้เสมอ

                      คิดถึงนะคะ
                   คิดถึงเสมอ
                คิดถึงแต่ไม่รัก

    ถึงเธอ...

     

    วันนี้ท้องฟ้าโปร่ง แดดจ้า
    ใจสบายดี
    และเมื่อเผลอคิดถึงเธอ
    ใจหาย

    พายุฤดูร้อนใกล้จะมาถึงแล้ว
    ฝนห่าใหญ่
    .....

    ใจจะคิดถึงเธออีกไหมนะ?

     

    บ้าจริง!

     

    คือสายลม คือสายใย คือความคิดถึง



    ถึง..เธอ
    คนของหุบเขาสายลม

       สายของวันนี้ ฉันนั่งอ้อยอิ่งเอ้อระเหยอยู่ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวเสียนาน มีเส้นเล็กหมูสดตับอยู่เป็นเพื่อน ฟังดูมันไม่โรแมนติคสักนิดเลยใช่ไหมคะ ที่จริงฉันไม่ได้มีความสุขกับก๋วยเตี๋ยวหรอกค่ะ แต่กำลังเพลินกับสายลมที่พัดกลิ่นฝนมาจากภูเขา ลิบ ลิบ ลูกโน้น.. สดชื่น เย็นสบาย แต่ก็แอบเหงานิดนิด

    หัวใจพาลไปคิดถึงเธออีกจนได้ ทั้งๆที่ตั้งใจหนักหนาว่าจะไม่คิดถึงเธออีกแล้ว จะไม่มีแม้สักเพียงหนึ่งตัวหนังสือที่ฉันจะบรรจงขีดเขียนขึ้นมาเพื่อเธอ บอกกล่าวความรู้สึกว่าคิดถึงเธอผ่านถ้อยคำ
    ฉันเคยหวังเอาไว้ว่า สักวันเธอจะตาย ตายในสายลมเดียวดายเพียงลำพัง 

                                                  ฉันเอง

    ถึงเธอ

    เธอจ๋า..

    เช้านี้กลิ่นฝนของคืนวานยังไม่จางจากสายลม
    ลมเย็นๆ ที่พัดเอื่อยเข้ามาทางหน้าบ้านดูจะมีชีวิตชีวา ฉันไม่ได้คิดไปเองนะคะ 
    แต่..เพียงไม่กี่วันโลกช่างแตกต่างกันได้มากมาย
    เหมือนรักของเรา ..
    เหมือน..เธอ คนรักของฉัน
    เธอคือฤดูกาล เขินจังค่ะ

    ............
    นั่งเพ้อเจ้อถึงเธอแต่เช้าอีกแล้ว
    จะแตกต่างจากเช้าของเดือนที่ผ่านไปบ้างก็ตรงที่..หัวใจฉันมันพองโตจัง
    กาแฟของเช้านี้ก็เปื้อนยิ้ม
    จนแก้มฉันมอมแมม

    มาเช็ดให้หน่อยสิ
    นี่ฉันกำลังจีบเธออีกแล้ว รึเปล่านะ?

                      คิดถึงจังค่ะ

    ถึง..เธอ

     
    เธอ...ที่คิดถึง
     
    ลมแล้งมาเยือนคราวนี้ หอบน้ำตาและความร้าวรานมาเสียมากมาย
    แดดร้อน ร้อนเผาผิวฉันไหม้เกรียมเหมือนโดนปิ้ง
    ครั้นจะหลบร้อนอยู่แต่ในห้องแอร์ ปากก็ยังจะแห้งแตก
    วันหยุดฉันฆ่าเวลาให้หมดไปกับหนังซีรี่ย์
    จมอยู่หน้าทีวีทั้งวันทั้งคืน
    มันทำให้ฉันไม่ต้องคิดถึงเธอ  ฉันว่านะ...
    แต่..มันไม่จริงเลย เพราะยังแอบคิดถึงอยู่เสมอบ่อยๆ
     
    เธอ..เป็นอย่างไรบ้าง
    อยากกอดเธอจังค่ะ แต่ก็ไม่อยากให้คิดว่าฉันเป็นคนฟูมฟาย
    มันไม่น่าอายที่จะกอด และ คิดถึงกันไม่ใช่เหรอคะ
    เช้านี้ฉันนั่งอ่านข้อความของเธอซ้ำไปมาเสียหลายรอบ
    ดีใจ อยากร้องไห้ปนเป
    ดีใจที่"เรา"ไม่เคยหล่นหายไปในความทรงจำ 
     
                           มากกว่าความคิดถึง
                              ฉันเองค่ะ
     

    คิดถึงเธอค่ะ "คนของความคิดถึง"

    เธอคะ


    สองอาทิตย์ที่ผ่าน ฉันได้แต่นั่งจมอยู่ในภูเขารายชื่อลูกค้าที่วางเกลื่อนเต็มโต๊ะ และลามไปรกที่ใต้โต๊ะ
    ไม่สนุกเลยกับการที่ต้องคุยกับคนแปลกหน้าในจำนวนที่มากจนเกินไป ก็นั่นหล่ะอะไรที่มากจนเกินไปมักไม่ดีต่อความรู้สึกเสมอ เหมือนฉันที่เฝ้าแต่คิดถึงเธอมากจนเกินไป
    และผลที่ได้คือ ฉันนั่งเหงาในห้องเศร้าคนเดียว

    ว่างเมื่อไหร่ฉันจึงฝังร่างเข้าไปในโลกเกมส์ออนไลน์เสียทุกๆครั้ง แต่เราก็ต่างรู้ ใครเล่าจะหนีหัวใจตัวเองได้
    ฉันจึงยังคงคิดถึงเธอ
    การได้นั่งคิดถึงเธอ
    นั่งเขียนจดหมายถึงเธอ คือความสุขของฉัน
    คิดถึงเธอเฉียบพลัน
    คิดถึงเธอแบบไร้เหตุผล
    ดูมันขาดหลักเกณฑ์ทางตรรกะมากไหมคะ?
    ช่างเถอะค่ะ
    เพราะการได้คิดถึงเธอมันทำให้ฉันยิ้มได้ รักเป็น
    และหัวเราะเสียงดัง

    ฉันเองค่ะ

    เธอ..ที่คิดถึง

    เราต่างก็รู้ดี
    ทุกอย่างมี 2 ด้านเสมอ
    ฉันเหนื่อยกับอารมณ์ของตัวเองจัง เหนื่อยใจหน่ะค่ะ เหนื่อยกับอารมณ์ที่แล่นฉิวตามลม
    ฉันรู้ว่าตัวเองอ่อนไหว
    แปรปรวน
    นั่นมันคือธรรมชาติของฉัน และไม่ง่ายเลยที่ฉันจะนิ่ง
    และเฝ้าดู
    ฉันเป็นเจ้าของทุ่งดาว
    เป็นเจ้าของท้องฟ้า
    แต่พ่ายอารมณ์อ่อนไหว หงุดหงิดของตัวเอง
    น่าอาย น่าขายหน้าเสียจริง เสียชื่อหมดเลย

    อยากนอนหนุนตักเธอ
    ให้เธอกล่อมนอนจังค่ะ

    จดหมายที่ไม่ได้ส่ง

    img301/7122/r01168xa0.gif
    เธอที่ฉันคิดถึง 
    วันที่ฝนพรำสายแบบนี้ ฉันคิดถึงเธอจังค่ะ คิดถึงบ้านกลางทุ่ง ไม่ได้กลับไปดู
    บ้าน 3 อาทิตย์แล้ว สงสารทั้งคน(ฉันเอง)ทั้งบ้าน อาทิตย์นี้ก็ติดภาระกิจ
    จะโทษใครก็ไม่ได้เพราะฉันเลือกที่จะขี้เกียจไปเลือกตั้งสว.ล่วงหน้าเสียเอง
    ตอนนี้เธอทำอะไรอยู่คะ รึอยู่กับเสียงฝนที่เธอชอบนักหนา กับหนังสือดี ดี
    ฉันอยากไปนอนกลิ้งด้วยที่ข้างๆเธอคงจะดีไม่น้อย ก็ทำได้แค่พูดบ่นกันไป
    มนุษย์ที่เลือกเสพฝันอย่างฉัน จะทำอะไรได้มากนัก นอกจากป้อนฝันของฉัน
    ให้เธอดื่มกิน เขียนบ่นมายืดยาว ทั้งที่จริงแล้วในวันฝนท่วมฟ้าอย่างนี้ ฉันทำ
    ได้แค่ ข้าวไข่เจียวกับมาม่า นัวเนียกันไป
    แต่จะอย่างไรเสีย หัวใจฉันก็ไม่เคยโกหก ...คิดถึงเธอหมดหัวใจ
     และยิ่งคิดถึง ในวันสายฝนพรำ
     

    แล้วจะโทรหานะคะ

     
     
      คนดี 
      หวังว่าคงจะมีความสุขในช่วงที่อากาศกำลังผลัดเปลี่ยน
      ดูแลตัวเองให้ดีนะ บางเรื่องของฉัน
      อาจจะกวนอารมณ์ของเธอบ้าง
      แต่เธอที่ฉันรู้จัก มักจะไม่ถือสา
      ขอบคุณเธอที่ยังรัก และคิดถึง สม่ำเสมอ
     

    ถึงเธอ

     
     
     
     
    ถึงเธอ
    .........
    ชักจะนานเกินไปแล้ว
    ที่ฉันจมอยู่กับงานเขียนที่หมกจนอุ่น
    เวลาที่มีมากมาย
    หมดไปกับการนอนเกลือกลิ้งกับหนังสือกองโต

    โชคดี
     ที่โลกยังมีอ้อมตักให้ฉันได้หนุน

     
     
    คิดถึงเธอจังค่ะ
    ฉันเอง
     
     
     

    8 นาที ใจยังอยู่

    7.23 น.
                    ลืมตาตื่น ในเช้าที่ไม่เต็มตื่น...ใจยังอยู่
                          นอนฟังเสียงสายลมหนาว ที่มาบอกลา...ใจหาย
                          ลุกขึ้นนั่งสลึมสลือในมุ้งสวย...
                          มันกำลังเต้นระบำตามจังหวะสายลม
                    แคะขี้ตา ขี้หู และลามไปแคะขี้มูก
                    นั่งปั้นขี้มูกขาว ขาว ในมุ้งสีขาว ไหว ไหว...
                          อากาศดีขี้มูกจึงขาว...สบายใจ
    7.31 น.               นั่งมองก้อนขี้มูกขาวขาวในมือ พาลคิดถึงเธอ
                    เธอคนที่ใช้สระแอ้ว สระเอี๊ยว ได้น่ารักขี้หู...
                          ใจไม่หาย
                          เพราะได้คิดถึงเธอ...ใจจึงยังอยู่

    จดหมายในลิ้นชัก

     
    ::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::
     
     
    ฉันเป็นพืชที่ปลูกโดยการแช่อยู่ในน้ำ
    หรือราก อาจจะลอยอยู่กลางอากาศ
    ฉันก็ชื่นฉ่ำใจได้สบายๆ
    ยกเว้นแต่..บางครั้ง เวลาคิดถึงเธอ
    ฉันอาจเหมือนกรุงศรีอยุธยาถูกพม่าตีแตก
    พ่ายไม่มีชิ้นดี
     
    ขอบคุณจดหมายรักในลิ้นชักที่อ่านได้ไม่รู้เบื่อ ขอบคุณเจ้าของจดหมาย คุณช่างฝันเหลือเกิน
     

    อารมณ์ที่ภาษาเขียนไม่มีปัญญาสื่อความหมายได้

     
     
     
      เธอคะ
     
      ที่สุดฉันก็เขียนมันอีกจนได้ "จดหมายที่ไม่ได้ส่ง"
      ฉันเกลียดตัวเองจัง
      กลางดึกใต้ผ้าห่มดาว
      ทำไมจึงไม่เห็นแสงดาวอุ่นวิบไหว
      ไม่ได้ยินเสียงลมหนาวพูดคุยกับยอดไม้
     
      กลับได้ยินแต่เสียงลมหายใจอุ่นๆของเธอ 
      ทำไมนะ เมื่อไหร่มันจะจางหายไปในป่ารกครึ้ม
      ล่องลอยไปกับสายน้ำเชี่ยวกราดและดิ่งลึกลงทะเลเสียที
     
      คนดี..วันนี้เธออยู่ที่ไหน
      ถนนที่เธอกำลังก้าวย่าง
      มีร่องรอยของผู้สัญจรผ่านทางบ้างไหม
      รึเธออยู่บนเขาสูง สูงชันจนไม่อาจประมาณวัด
     
      มีเพียงเสียงความเหงาที่ร่ำไห้อื้ออึงในสายลมแรง
      เป็นเพื่อนในคืนที่ไม่อาจมองเห็นท้องฟ้า
      ถ้าเป็นอย่างนี้
      เธอคงต้องถามเงาตนเองว่า...
      จะรุดหน้าต่อไปในหนไหน
     
     
     
     
     
     

    เรื่องเล่าจากภูเขาหน้าบ้าน


    ก ลั บ บ้ า น

    เมื่อคืนฉันนั่งผิงไปอาบแสงดาวอุ่นที่ลานหน้าบ้าน
    ลมธันวาหนาวเหน็บกว่าอาทิตย์ก่อน
    คิ ด ถึ ง เ ธ อ จั ง เ ล ย ค่ ะ

    วันนี้มาถึงทุ่งดาวตอนท้องฟ้ายังไม่หมดแสงฉันจึงมีเวลาเก็บของมากขึ้น แต่ก็เหมือนเคยค่ะ
    คือเลือกที่จะก่อกองไฟก่อนเป็นอันดับแรกและก็จัดแจงตั้งกาต้มน้ำเอาไว้ผสมน้ำอาบค่ะ
    ฉันเร่งมือให้เร็ว ก่อนที่แสงจะหมด
    แต่ด้วยความเป็นคนที่มักจะอ้อยอิ่งกับบรรยากาศ จึงทิ้งเวลาให้หมดไปกับ
    แสงอ่อน อ่อน ที่ภูเขาหน้าบ้าน
    มันสวยจังภาพของภูเขาที่ค่อยๆหลับตา พร้อมกับแสงสุดท้ายที่หน้าบ้านของฉัน
    แย่จังค่ะไฟที่กระท่อมดินเปิดไม่ได้ค่ะ แต่แผงโซล่าเซลทำงานเป็นปกติ ฉันจะไปตามใครมาช่วยซ่อมให้ดีนะ
    เธอว่างไหมคะ?.....อายจังเลยค่ะ นี่ฉันกำลังจีบเธออีกแล้ว
     
    เช้าวันนี้ฉันตื่นไม่ทันหมอกสีหม่นค่ะ เหลือแค่หมอกบางที่ฉาบทั่วฟ้า ปวดหัว เลยเลือกที่จะนอนฟังเสียงเช้าเดือนธันวาค่อยๆตื่นใต้ผ้าห่มอุ่นเสียเนิ่นนาน
    เมื่อคืนฉันชนแก้วกับสายลม
    ร้องเพลงกับกองไฟอุ่นจนเกือบตีสอง (นานไปนิด)
    สมควรแล้วที่โดนเธอดุ (บ้างเล็กน้อย)
    ฉันสัญญาค่ะว่าจะดื่มให้น้อยลง (สัญญารอบที่ร้อย)
    ผละจากผ้าห่มอุ่นๆได้ ฉันก็เริ่มสุมไฟอีกครั้ง เช้านี้ฉันชงกาแฟได้กลมกล่อมมากค่ะ รึเพราะแก้วกาแฟที่มีดอกไม้เล็กๆรอบแก้ว ทำข้าวต้มทรงเครื่องทานเป็นมื้อเช้าค่ะ อร่อยมาก เธอจ๋าทานด้วยกันไหมคะ (จะหายโกรธรึยังนะ)

    ไม่กวนแล้วค่ะ คิดถึงนะคะ

    จดหมายในลิ้นชัก

    :: 17 NOVEMBER :: :: NUNING ::


    ฉันหอบงานกองโตกลับบ้านไปด้วย หวังจะสางสมุดงานยุ่งๆให้เรียบร้อย
    แต่บ้านกลางทุ่งนั้นทำให้ฉันรู้สึกเหมือนได้เป็นเจ้าของเวิ้งฟ้าที่อาบด้วยแสงดาวอุ่นนั้น
    และคืนที่หัวใจรู้สึกสบายแบบนี้
    งานที่หอบไปจึงถูกทิ้งไว้อย่างนั้น
    ฉันเริ่มลงมือรื้อที่ละลิ้นชัก
    ในลิ้นชักเก่าๆนั้นได้บรรจุความทรงจำไว้มากมาย ฉันบรรจงหยิบของแต่ละชิ้นอย่างเบามือ ความสุขที่เคยหายไป ค่อยๆออกมากล่าวคำสวัสดี ฉันยิ้มรับและบอกว่า "คิดถึงจัง"
    คืนนั้นทั้งคืน ฉันจมอยู่ในกองจดหมายรัก
    จดหมายที่เจ้าของจดหมายนั้นบรรจงเขียนถึงคนรัก แม้ผ่านเนิ่นนาน แต่ละถ้อยคำยังคงหวานละไม

    จดหมายที่ไม่ได้ส่ง

    สองคืนก่อน
    ฝนกระหน่ำลงมาทั้งคืน ฉันก็ยังคงนั่งอยู่หน้าคอม เหมือนเคย
    นั่งอยู่กับตัวเอง
    ความรู้สึกที่แสนจะน่าเบื่อ กับบุหรี่ตัวแล้วตัวเล่า
    "ฉันจะรักษาแกเป็นคนแรกไอ้หญิง"ไอ้อ้วนเพื่อนฉันที่เรียนเซนต์ฟรังฯ เคยบอกกับฉันไว้ เมื่อตอนที่มันบอกกล่าวกับฉันว่ามันจะเรียนจิตรแพทย์ต่อ
    ฉันได้แต่หัวเราะแล้วบอกมันว่า "เออ ให้ฉันเป็นคนไข้คนแรกที่แกรักษานะ" ตอนนั้นมันก็ขำดีหรอก
    แต่วันนี้สิ..ไอ้บ้าสร้อยแก ฉันต้องการแกอย่างด่วนเลยว่ะ ไว้ฉันลงไปกรุงเทพฉันจะไปหาแกที่ศิริราชนะ ฉันว่าฉันต้องเป็นคนไข้ที่เป็นเคสที่ยากที่สุดของแกเลยล่ะ ฉันใกล้บ้าแล้วแก แกคงนึกภาพคนที่น่ารักสุดๆอย่างฉันกลายเป็นบ้าไม่ออกสินะ
    เท่าที่วิเคราะห์เอาเอง ฉันคงเป็นแค่โรคซึมเศร้า ไม่อันตรายใช่ไหมแก ฉันอยากให้มันหายขาดเลยนะ ไม่อยากอยู่กับมันจนวันตายหรอกแก โรคนี้ มันทำให้ฉันรู้สึกแย่ว่ะ ก่อนลงกรุงเทพฉันจะโทรไปหาแกก่อนนะ จะได้ไม่ต้องนั่งรอนาน
    "คิดถึงแกนะเหงาว่ะ"

    จดหมายรัก

    hare-hinagata-kosmos.jpg picture by nuning05
     
    17 พฤษจิกายน 50

    "คิดถึงเป็นอย่างยิ่งแล้ว"

    ความห่างไกลส่งผลดีประการหนึ่ง
    คือได้หลีกเลี่ยงการติดต่ออันรวดเร็วฉับพลัน
    รวดเร็ว เป็นเหมือนดาบสองคม
    ในแง่หนึ่ง ได้รับประโยชน์จากข่าวสาร และ การติดต่อ
    แต่ในทางกลับกัน การติดต่ออันรวดเร็วกลายเป็นบ่วงผูกมัดตัวเราไว้

    หรือมมนุษย์อ่อนแอเกินไป
    ในคืนว่าง และดาวพร่างเช่นนี้ เหมือนได้ติดปีกบินอีกครั้ง
    พาดวงใจล่องลอยตามใจฝัน นั่งเขียนจดหมายในยามดึกสงัด
    จดหมายเขียนถึงกันง่าย ง่าย เพียงมีดินสอกับกระดาษ
    ทั้งยังเต็มไปด้วยความลึกซึ้งอ่อนโยน

    กระดาษ คือต้นไม้แปลงกายมาให้ขีดเขียนเป็นจดหมาย
    เพราะเครื่องมืออันทันสมัยสามารถติดต่อฉับไวดังใจนึก
    ทำให้หลงลืมเรื่องราวธรรมดาของจดหมายไปเสียสิ้น
    มีบ้างไหม ที่ได้รับจดหมายจากใครสักคนที่บรรจงเขียนมาให้
    ถ้อยคำธรรมดาบนกระดาษหนึ่งแผ่นที่ไม่เคยได้รับ
    และเราเองก็หลงลืมจดหมายไปแล้วเช่นกัน
    ขอบคุณยามดึกและดาวพร่าง ที่เตือนให้รำลึกถึงการเขียนจดหมาย
    มั่นใจว่าอีกไม่นาน เธอจะได้รับจดหมาย
    พร้อมถ้อยคำที่เขียนง่ายๆ สะกดไม่ยากว่า "คิดถึงเป็นอย่างยิ่งแล้ว"

    บ้านทุ่งดาว
    หยิบจากลิ้นชักร่าง-บทเพลง
    ขอบคุณเธอที่เก็บดอกไม้มาฝาก