NuNing's profileSawatdee JawPhotosBlogListsMore ![]() | Help |
.แม่ปลีกเวลาอันแสนจะมีค่าจาะการผลิตยามะรุมแวะมาบ่นลอยๆเป็นระลอกๆ เชิงตำหนิเราว่า วันๆเอาแต่นั่งหน้าคอม ไม่ทำอะไร เสาร์ที่แล้วผ้าก็ไม่ยอมรีด ก็ไม่เถียง เพราะที่แกพูดมาใช่หมดเลย ไม่ยอมทำอะไรเลยจริงๆนอนดูทีวีอย่างเดียว แล้ววันอาทิตย์ก็ให้คุณบอยพาไปซื้อก้ามปูมาลวกแล้วก็นั่งแทะเล่น แทะไป ดูทีวีไปเศษก้ามปูเกลื่อนเต็มห้อง ไม่เก็บ ไม่กวาดและก็ไม่ถู ...อยากอยู่แบบคนว่างๆนิ่งๆสบายๆบ้างไม่ได้รึไง ทำไมหล่ะ กะอีแค่ปีหนึ่งไม่ทำอะไรสักหนึ่งวันหยุดนี่ต้องลากไปประหารหัวหมาเสียบประจานกลางหมู่บ้านกันเลยมะ หือ..ม่าง = =คิดสะว่า เราแค่ยิงสปินลงข้างหลุม
แต่ถ้า..ในหลุม มีวันนี้อยู่
กู ยอม ยิง โอบี (¬_¬)วันนี้งานเสร็จแล้ว ค่อยยังชั่ว
พรุ่งนี้ออกแบบแผ่นปลิวให้คุณนนท์ดีกว่า
ออกพื้นที่แจกใบปลิวน่าจะช่วยให้โรคเบื่อหายไปได้นะ คริๆ
ปอลิง.คุณQ
ไอดีในเกมส์ singjongkhan ค่ะ
ขอบพระคุณล่วงหน้าค่ะ นึกว่าจะลืมสะแล้ว
ว่าแต่...เมื่อวานไม่ไปฉลองวันเกิดที่ไหนเหรอคะ
เพราะดูจากเวลาที่เข้าเกมส์ก็น่าจะช่วงสามทุ่มเองนิ
ยังนึกถึงอยู่เลยตอนที่ออกเกมส์ คิดว่าป่านนี้ พี่คงเมาปลิ้นไปแล้วแน่ๆ อุอุ
(/_\)วันนี้ลุยรายชื่อขอนแก่นได้เกือบครึ่งแล้ว โชคดีที่มีรายชื่อแค่สามร้อยกว่าคน ไม่เหมือนของโคราช รายชื่อของโคราชทั้งหมดมีเกือบหกร้อยคน ทำไปพร้อมกับรู้สึกเนือยๆเบื่อๆเหมือนเคยทุกทีนั่นแหละ มันคงรู้สึกคล้ายกับการที่เราต้องกินอาหารซ้ำๆกันอยู่อย่างนั้นทุกวันๆจนเลี่ยน พะอืดพะอม อยากอ๊วก ไม่อยากกินอีกแล้ว แต่ก็ต้องฝืนกินด้วยเหตุผลเดียวคือ ดีกว่าไม่มีอะไรให้กิน ฉะนั้นก่อนเริ่มงานทุกครั้งจึงต้องปรับอารมณ์ตัวเองให้ได้เสียก่อน ก่อนที่จะคุยกับลูกค้า เพราะน้ำเสียงนั้นสำคัญ ถ้าเรายิ้มเสียงเราก็จะยิ้มตามไปด้วย แต่สุดท้ายก็จบลงที่บ่ายสามโมงกว่าๆเพราะรู้สึกเต็มกลืนกับมันแล้ว แล้วจะมีอะไรมาให้เล่นต่ออีกไหมนะต้วมเตี้ยมลงมาทำงาน
วันนี้ลงมาสายไปร่วมครึ่งชั่วโมง มัวแต่นั่งเป๋อดูทรูโมเม้นท์ช่อง19
เปิดคอม...คอมกลายเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตที่ขาดหายไปไม่ได้ วันไหนไม่ได้สัมผัสจะรู้สึกเหงาเป็นพิเศษ สรุปว่ามันคือลำไส้ใหญ่นั่นเอง เข้าทวิสเตอร์ เข้าไปดูว่าช่วงเวลาที่กูหลับผู้คนเค้าทำอะไรกันบ้าง ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะอยากรู้ไปทำไม รู้แต่ช่วยคลายความเหงาได้บ้าง นิดหนึ่ง เข้าเวปปังย่า เช็คคลับ เล่นกิจกรรม เข้าไปบอร์ดคลับเพื่อปั๊มไม่ให้บอร์ดตกไปอยู่ที่หน้าสอง ทำไมไม่รู้ พอตกไปอยู่หน้าสองทีไรจิตตกทุกที
เข้าสเปรซ ดูนั่นดูนี่............
จบกิจกรรมยามเช้า
เปิดสมุดงานได้ ตะแล่งแตร่งแตร๊งงงงงงง
หลายเดือนมานี่ได้รับคำสั่งให้ควานหาซุปเปอร์ช่างให้หน่อย เพื่อส่งไปทำงานที่โรงกลั่นน้ำมันเชลล์ ที่ประเทศบรูไน เอาหล่ะสิ!!งานงอกเพราะไม่ถนัด ไม่ถนัดและไม่รู้จักปกติหาแต่พนักงานการผลิต ช่างไม้-ปูน-เหล็ก อันนี้รู้จัก แต่งานที่ได้รับมาคือให้หาpipe fitter /ช่างเชื่อมติ๊กอาร์ต /ช่างเชื่อมท่อสแตนเลส แม่เจ้าเป็นไข้จับไข่แน่กู งานนี้เยี่ยวเหลืองชัวส์ เปิดลิสรายชื่อของแรงงานที่ลงทะเบียนไว้ หาดูช่างpipe หายังไงก็หาไม่เจอสักคน จึงต้องพึ่งกูรู้ ได้แนวทางมาว่า
pipe fitter คือช่างประกอบท่อ และยังแยกได้เป็นสองแบบคือ ไป้ป์ เอ กับ ไป้ป์ บี ฮือ ฮือ..อยากตายดีนะไม่มีถึงแสรดดดดไปเล้ย..ศาสตร์ โทรไปถามเจ้านายเค้าก็บอกแค่ว่า "เธอคุยกับคนงานสิถามที่คนงานแหละ ช่างพวกนี้เค้าจะรู้ข้อมูล ถามที่คนงานเลย" โอ้วแม่เจ้า จึงเริ่มลงมือตามล่าแกะรอยตามล่าหาไป้ป์โดยดูที่อายุของคนงาน เพราะคิดไปเองว่าช่างฝีมือแบบนี้อายุงานน่าจะไม่น้อย จึงเริ่มไล่จากอายุ50ถอยหลังขึ้นไป ไม่นานก็เริ่มได้กลิ่นของคุณพี่ไป้ป์ และได้ส่งขึ้นเครื่องบินไปแล้วเมื่อสองสัปดาห์ก่อน 1 คน เน้นว่า 1 คนเท่านั้น ระยะเวลา 2 เดือนเจอไป้ป์ 1 คน เก่งมะ..เจ้านายโครตรักเลยทำงานแบบนี้ รักหรือแกล้งรักไม่ทราบได้ เพราะเธอส่งงานไป้ป์มาให้หาอีก 10 คน...5555+อยากตายอิ๊บอ๋าย ตอนแรกคิดว่าตายแน่ หาไม่ได้แน่ๆ ปิดบล็อกงานไม่ได้ชัวส์ ล่มแน่นอนงานนี้ แต่แล้วสวรรค์ก็เมตตา เมื่อฉันต้องโทรไปหาช่างเชื่อม6Gคนหนึ่งเพื่อแจ้งว่าหัวหน้างานจะโทรมาสัมภาษณ์จากบรูไนนะคะ รบกวนพี่พกโทรศัพท์ติดตัวไว้ด้วยนะคะ แล้วด้วยความที่เป็นคนช่างพูดจึงถามต่อว่า "พี่ไม่มีเพือนๆที่เป็นไป้ป์เหรอคะ? คือตอนนี้ทางโรงกลั่นที่พี่จะไปทำงานด้วยเค้ารับไป้ป์เพิ่มอีก 10 ตำแหน่งค่ะ"เท่านั้นแหละ คริๆ ได้ไป้ป์มาครบแล้วตั้งแต่เมื่อวาน เย้ เย้ เย้ ก็ใครจะไปรู้หล่ะว่าพี่ๆเค้าทำงานกันเป็นทีม ถ้าเราคุยกับคนที่เป็นหัวหน้าทีมสำเร็จ เราก็ปิดบล็อกได้เลย ล้าลา..
ตะแหร่งแตร่งแตร๊งงงงงช่วงนี้เข้าไปทำหน้ามึนอยู่ที่exteenทุกว๊านทุกวัน คริๆ..เข้าไปอ่านบล็อกของคนโน้น คนนี้ คนนั้น เพลิดเพลินใจ จนมีความคิดอยากจะย้ายบ้านไปexteenบ้างสะแล้วสิ เปิดก็เร็ว ไม่อืดอาดเหมือนสเปรซ สับสน สับสน ไว้ชั่งใจดูอีกสักทีก็แล้วกัน ตึ๋งหนืดเมื่อคืน เวลา 20.30น.เหตุการณ์ปกติก็ปะทุขึ้นมาอีกครั้งในบ้าน นั่นก็คือศึกแย่งช่อง ปูจะดู just married ช่อง 23 ส่วนฉันกับซีจะดูคอนเสิร์ตทรูเอเอฟช่อง 19 หลังจากสาดน้ำลายใส่กันสักพักเล็กๆ ผลก็ออกมาเหมือนเดิมคือ ฉันชนะ ด้วยวลีเด็ดที่ว่า ดูอะไรวะปัญญาอ่อนไปโหลดในสยามบิตดูคนเดียวไป๊
วันเสาร์ทีไรจะไม่มีแม้เงาของฉันเดินลงมาป้วนเปี้ยนที่ชั้นล่าง กิจกรรมวันเสาร์(ในห้องนอน)นั้นมีโข เริ่มต้นวันเสาร์(บนที่นอน)ด้วยละครจักรๆวงค์ๆ จากนั้นต่อด้วยซีรี่ย์เกาเหลา เกาเหลาไปกินข้าวไปบนเตียงนอน ซีรี่ย์จบก็เริ่มเก็บกวาดเช็ดถูห้อง เปลี่ยนผ้าปู ปลอกหมอน ต่อด้วยรีดผ้า รีดผ้าไปดูทีวีไป แต่ถ้าช่วงที่รีดผ้าจะชอบดูหนังผีมากเป็นพิเศษ รู้สึกว่าเวลาดูหนังผีมันจะทำให้เราลืมอารมณ์ชวนเบื่อในการรีดผ้าได้ ไม่ร้อน ไม่เมื่อยแขน รีดไปกลัวไปอารมณ์ตะลึงพรึงเพริดมาก เป็นอารมณ์ที่ยากจะอธิบายด้วยคำเพียงไม่กี่คำ ...รีดผ้าเสร็จก็ปาเข้าไปบ่าย4โมงเย็น ไปล้างห้องน้ำต่อ ล้างห้องน้ำเสร็จก็รวดอาบน้ำสระผม ตัวหอมมานอนแช่แอร์อ่านหนังสือรอดูเอเอฟ ตอนนี้พยายามจะไม่ดูซีรี่เกาหลีช่องสามตอนเย็น กลัวติด เคยติดมาแล้วหลายเรื่อง แทบจะต้องเรียกพี่ๆมูลนิธิเอาชะแลงมาแงะออกจากหน้าจอทีวีเลยทีเดียว ฝังลึกมาก
ทรูเอเอฟ6 อาทิตย์นี้ไม่มีใครออกอีกละ ดูไปก็รู้สึกเหมือนโดนหลอกยังไงก็ไม่รู้(เพราะกูว์ไม่เห็นผลโหวตในมือมึงอ่ะ) อะไรมันจะปาติหารย์บ่อยนักวะ ม่างดึงรายการให้ยืดไปได้อีกอาทิตย์หนึ่งน่าเกลียดที่สุด เซ็งเลย ชอบดูฉากตอนที่แฟนคลับร้องไห้ด้วยสิ อาทิตย์นี้อดโดนกระชากใจเลยอ่ะ หลายคนถามนะว่า ดูทำไมวะ ไม่เห็นมีไรน่าดูเลย อยากจะบอกว่าที่ดูหน่ะ ไม่ได้ดูหรอกว่ามันเรียนคลาสอะไรกินอะไรรึนอนท่าไหน แต่ชอบอ่านที่บรรดาแฟนคลับโพสเข้าไปต่างหาก โครตมันส์อารมณ์ประมาณดูนักเรียนยกพวกตีกันสาดน้ำลายกันกระจายท่วมจอ สนุกกว่าเล่นทวิสเตอร์อีก เฉือดเฉือนและบาดลึก แต่จะให้สนุกมากๆคือ ต้องจำนัมเบอร์ของแต่ละคนให้ได้ ไม่งั้นมีงง
fc9 : แกล้งโง่หรอ5ดู9ให้8
fc8 : แมคสู้ๆนะให้4000VเลยWนี้
fc5 : 8ขี้เก็ก ออกบ้านไปสะไป๊
fc3 : ซอลใสที่สุดในบ้านแล้ว ซานิเฟค
fc6 : นิไม่เคยต้องสู้กับคัย สู้กับตัวเอง /รักนิ
fc2 : 4หน้ายังกะปลาดุกชนขอบบ่อ
fc4 : นิวไปทำไรให้คุณถึงมาว่านิวแบบนี้
ไอ้โพสพวกนี้จะดุเดือดมากที่สุดในคืนวันเสาร์ หลังจากที่ใครคนใดคนหนึ่งต้องเดินออกจากบ้านไป น้ำลายของฝ่ายชนะจะกระเซ็นฟุ้งเต็มจอทับทมมันเข้าไป ชวนอ่านได้กันถึงตี2 ชอบแต่ไม่เคยโหวต ที่บ้านแอบโหวตกันทั้งไอ้ปูทั้งไอ้ซี ซึ่งคนที่มันเชียร์และกดโหวตให้นั้น ได้กระเด็นออกบ้านไปหมดแล้ว 555 ฉมน้ำหน้า และแน่นอนจะต้องได้ยินประโยคที่ว่า
นังปู : โหยยยยยยพี่อิชย์ออกได้ไงอ่ะ ไม่ยุติธรรมเลย ไม่ยุติธรรมเลย
นังซี : สงสารนิกอ่ะ ออกทำไม หนูดูตั้งแต่นิกออดิชั่นเลยนะ หนูเลยชอบเค้า โหยย นุกนิก..
ไม่ยุติธรรมก็ตรงที่ไม่เห็นผลโหวตในมือกรรมการนี่แหละฟระ!! แต่ถ้าไม่ออกกันเลยสักคนก็ต้องดูกันจนเงือกบานลิ้นถลอกตายกันไปข้างหนึ่งแน่เลย ตอนนี้เหลือ5คน
สมมุติว่า
ถ้าแอนได้ ก็คงไปทำจมูกนิดหน่อย
ถ้าซอลได้ ต้องหมั่นฝึกออกเสียง รอ.เรือให้ชัด อาจจะต้องไปเสริมลิ้นไก่ให้ยาวขึ้น
ถ้าแม็กได้ ต้องไปเย็บปากที่ห้อยให้เข้ารูป
ถ้าซานิได้ ทำทั้งหน้าเลยพร้อมดูดไขมันต้นขา
ถ้าทีได้ ต้องไปเย็บหูเข้าเพราะหูกาง
เป็นฝันที่ต้องแลกด้วยหลายๆอย่างจริงๆ
meได้ฤกษ์สะที วันนี้ว่างจึงเข้าไปจิ้มๆ Twitter ดูอีกครั้ง หลังจากที่เข้าไปสมัครตามคำเชื้อเชิญของพี่ก้อง แล้วก็ทิ้งเน่าเอาไว้ตั้งแต่วันนั้น พี่ก้องน่ารักม๊าก ชวนเล่นแล้วยังสอนยังอธิบายให้ฟังอีกด้วย แต่ขอบอกว่าที่พี่เพียรอธิบายให้หนูฟังในวันนั้นไม่ได้เข้ากะบาลเลยสักกะนิดเดียวค่ะพี่ขรา แต่เทคนิคการเรียนรู้สำหรับถึกอย่างเรานั้นไม่ยาก คือ มันมีอะไรให้กดให้จิ้มกูก็จิ้มม่างทุกที่เลยเดี๋ยวก็รู้ว่าอะไรเป็นอะไร แล้ววันนี้ก็ถ่องเสียทีว่าไอ้ Twitter เนี้ยเค้ามีไว้ทำอะไรกัน เมื่อรู้แล้วก็มีคำถามหนึ่งดังในหัวว่า เพื่ออะไร? เพื่ออะไรวะ? เพื่ออาร๊ายยยย? ถามซ้ำไปซ้ำหลายครั้งสมองตีบๆของตัวเองก็ตอบกลับมาว่า มีไว้เพื่อให้ไม่ตกยุคตกสมัย มีไว้เพื่อเอาไว้คุยกับเพื่อนได้โดยไม่มีฝ้าบางๆกั้นกลางระหว่างเรา ใครถามก็ตอบได้เต็มเสียงว่า "มี" ถึงจะมีเอาไว้เพื่อประดับบารมีก็ตามทีเถอะ กูก็มี
ปอลิง..ขออย่ามีใครอย่ามาชวนเล่น Facebook กับ Pandora อีกเลยนะ ขี้เกียจมัคฯอ่ะ T^T เพียวจ่มเมื่อวานหลังเลิกงาน นังเพียวมันเข้าไปลุยแมท 4 แมท รวดเดียวจบ แต่ก็คว้ามาได้แต่ถ้วยเงินกับทองแดงเท่านั้น ที่ 1 ม่างสกอร์ไม่มีต่ำกว่า -40 มึงจะเก่งตายเก่งวายไปถึงไหนกันคะโอ้ยยย พ่อแม่งชื่อไทเกอร์ วูดส์หรือไง T^T เล่นแบบธงชัย ใจดี กะพอมั้งแล้วนี่มึงเป็นเหี้ยอารายถึงต้องมาเข้าห้องที่กูเล่นอยู่ทุกรอบ เจอทุกรอบเล้ยหื้อไอ้มังกร ไอ้เวร!!
อกหักจากแมทจึงไปลุย VS 18หลุมต่อ กับโฟค
โฟค ยสสูงกว่าเพียวมากนัก เทียบได้ประมาณเด็กฝึกงานกับเจ้าของร้าน เจอโฟคครั้งแรกในเกมส์นังเพียงถึงกับตกใจ ยสอะไรวะเนี้ยมาอยู่คลับเรา แค่โลโก้ยสกูก็ดูไม่รู้แล้ว (T^T กะตั้งแต่เล่นมาอัพเลเวลสูงสุกก็เซมิโปรบีนี่แหละ)แต่ด้วยความเสือกจึงเข้าไปทักทายตีสนิทชวนเล่นVSด้วยกัน นังเพียว :
เธอ คิดไงอ่ะมาอยู่คลับกระจอกๆอย่างนี้ (ยิงคำถามคาใจเลย ไม่ต้องอ้อมค้อมให้เสียเวลา)โฟค : คือผมไปสมัครอีกคลับคับ (คลับอันดับต้นๆ)แล้วคะแนนถ้วยผมไม่ถึงก็เลยมาสมัครคลับนี้ดู นังเพียว : ........โฟค : ..........
เป็นคำตอบที่ถนอมน้ำใจกันม๊ากกกกกก ไม่อ้อมค้อมเหมือนกัน ฟังโฟคแล้ว เพียวก็ได้แต่คิดในใจว่า ไม่นานพอคะแนนโฟคถึงกำหนดแล้วโฟคก็คงจะจากไป ถึงจะรู้สึกน้อยใจอยู่บ้าง แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะใครจะไปใครจะมานังเพียวไม่สนใจอยู่แล้ว ตามสะดวกคร๊าบบบ อันนี้ไม่ว่ากัน รู้จักกับหัวหน้าคลับคนหนึ่ง(ขอสงวนนาม)เวลาลูกคลับจะลาออกทีนี่เรื่องใหญ่ ทั้งเหนี่ยวรั้งทั้งฉุดดึงทึ้งเอาไว้ (เพื่ออะไรไม่ทราบ)หนักๆเข้าเมื่อแกเห็นว่ารั้งไว้ไม่อยู่แล้ว แกก็จะถามคำถามหนักอกกบว่า พี่หัวหน้าคลับ : เราเป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้อง เป็นครอบครัวไม่ใช่เหรอ?
น้องลูกคลับ : .......... ป๊าดถ้าโดนคำถามแบบนี้นังเพียวก็นังเพียวเถอะสะอึกเหมือนกัน คำถามต้อนควายชัดๆ..ไอ้พี่คนนี้อาการหนัก ควรหามส่งให้หมอกฤษณ์คอนเฟริมส์สักรอบสองรอบ ถ้ายังไม่หายก็ควรต้องพึ่งอาจารย์หนูให้ลงยันต์เก้าแถวให้ที่หน้าผากไปเลย ลงซ้ำๆสัก 9 รอบ จะได้สะกดใจไม่แอบแต๋วแตกที่บ้านคนเดียว(อย่างบ้าคลั่ง) แล้วนี่กูวส์ไปนินทาเค้าทำไมเนี้ย ที่จริงจะเข้ามาเขียนแค่ว่า เมื่อวานตั้งใจเลิกเกมส์เร็วเพราะนอนดึกติดกันมาหลายวันแล้ว ไม่อยากเป็นอย่างน้องแพนด้าตาโบ๋ว แต่ก็ไม่ได้นอนแต่หัวค่ำอย่างที่ตั้งใจเอาไว้เพราะหยิบหนังสือผิดเล่มไปอ่าน หยิบ"ตะคริว ณ นิ่วใจ" ไปนอนอ่านค่ะ ได้นอนเหมือนกันแต่นอนหัวเราะ ไม่นอนหลับ จากที่ตั้งใจเอาไว้ว่าจะนอนสัก 3 ทุ่ม ก็เปลี่ยนเป็นตี 3 แทน นอนหัวร่อ งอหายอยู่คนเดียวประหนึ่งคนบ้า โชคยังดีนะที่มันเล่มไม่หนาไปกว่านี้ไม่งั้นนังเพียวตายตาโบ๋วแน่ๆ ส่วนคืนนี้มีอีกเล่มรออยู่ "สิ่งมีชีวิตในโรงแรม"555+น.ส.อับเฉาช่วงนี้ไม่มีอะไรเร้าๆเข้ามาในสาระบบชีวิตเลย เหมือนตัวอับเฉานั่งเหงาปากห้อยหน้าคอมมองฟ้ามองฝนไป อาทิตย์นี้คุณอั้มเปิดบริษัทอย่างเป็นทางการละ ฉันเลยมีงานเยอะขึ้น ได้ทำงานอีกรูปแบบหนึ่ง ที่ไม่คุ้นเลย ได้รื้อภาษาปะกิตที่นอนตายอยู่ในสมองให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ดีนะที่ทำควบคู่กันไปกับงานที่ทำอยู่ได้ ไม่อย่างนั้นคงป่วนแย่ คุณบอยลงไปคุมสอบงานขับรถของประเทศคูเวต แต่ปรากฎว่าคนงานที่นัดไว้ทั้งหมดเบี้ยวสะดื้อๆ แกเลยว่างวันจันทร์ รอคุมสอบงานเกษตรประเทศอิสราเอลต่อในวันอังคารแบบเจียมตัวกลัวโดนเบี้ยว วันพุธนัดคนงานฝึกงานอเมริกาเข้ามาสัมภาษณ์อีก 7 คน ลุ้นต่อไปว่าจะโดนโรคเบี้ยวรุมเร้าอีกระลอกไหม เฮ้อ! ผู้ชาย ในร้านก๋วยเตี๋ยว (แบบนี้ไม่มีขายตามท้องตลาดทั่วไป)ไปกินก๋วยเตี๋ยวต้มยำแถวอ่อนนุช ในเนตเค้าแนะนำว่าอร่อยนักอร่อยหนา ชื่อร้านอะไร? จำไม่ได้สะแล้วสิ แต่ก็คงจะอร่อยมากๆจริงๆนั่นแหละ เพราะคนล้นร้าน ที่จอดรถก็ไม่มีต้องวนสองรอบถึงจะได้จอด เราสั่งบะหมี่ต้มยำทุกอย่างน้ำ คุณบอยสั่งเหมือนกัน รสชาดอร่อยดี น้ำซุบใสแว๊งเลย เส้นนุ่ม เส้นอร่อยม๊าก เครื่องในก็ซอยชิ้นอย่างหนา เรียกว่าไม่งกเครื่องเลย ขาดก็แต่รสชาดที่จัดจ้านของน้ำต้มยำไป แต่ก็คงเป็นเพราะแถวนี้ต่างชาติเยอะเค้าเลยทำรสชาดเอาใจต่างชาติมากไปนิด ไม่ถึงใจคนไทยภูเขาอย่างเรา แต่ถึงจะไม่ถูกใจมากเท่าที่ควรก็ฟาดเรียบหนึ่งชามใหญ่ในเวลารวดเร็ว ขณะที่รอเรียกเค้าเก็บตังค์อยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงผู้ชายโต๊ะข้างๆสั่งก๋วยเตี๋ยว มาดคุณชายมาก เขานั่งไขว่ห้างและชี้นิ้วเป็นจังหวะตามสั่งด้วย แอบมอง แอบขำในใจ มีคำสั่งส่งท้ายที่ทำเราสะอึกได้อีก สมมาดจริ๊ง สมมาด เค้าพูดเสียงเข้มงวดคิ้วขมวดนิดหนึ่งว่า "ไม่ชูรสนะ ไม่กระเทียมเจียว หัวใจไม่เอาฯลฯ (ฟังไม่ชัด 555)" ประโยคคำสั่งประโยคหลังนี่ทำเอาคุณบอยชะงัก และพลอยเงี่ยหูฟังไปพร้อมๆกับเราด้วยจ่ายตังค์เสร็จแล้วสองคนก็เดินออกจากร้านก๋วยเตี๋ยวพร้อมอาการยิ้มกรุ้มกริ้ม โดดขึ้นรถได้ฉันพ่นทันที"เค้าคิดว่าเค้าจะหลบผงชูรสได้เหรอคะ ในซีอิ๊ว ในเครื่องปรุงทุกอย่างแหละมันมีหมด ที่จริงเค้าก็มีสิทธิที่จะเลือกสิ่งดีๆให้ตัวเองนะ แต่ถ้าขนาดนี้ก็น่าจะทำกินเองที่บ้านนะ ว่ามะ?...รึทำเองก็ทำไม่เป็นอีก? ตายเลยหนูกลัวได้คนอย่างนี้มาเป็นผัวจังค่ะ เหน๊อะ..เหนอะ"ฉันสรุปหลังจากพล่ามมานาน แล้วหันไปขอความเห็นจากคุณบอย แต่คุณบอยก็ได้แต่พยักเพยิดตามเท่านั้นเพราะแกพูดไม่ทันฉัน อินี่มันชงเองตบเองเสร็จเลย.. คงเป็นวันที่คิดถึงน้ำพริกที่สุดวันพฤหัส คุณบอยมารับไปกินบุบเฟ่ บุบเฟ่ติ่มซำที่ท่องกี่ภัตตาคาร ไปถึง ..นั่งลงก้นยังไม่ทันจะอุ่น ติ่มซำมากหน้าหลายตาก็ทยอยมาที่ละอย่างสองอย่างจนเต็มโต๊ะหมุนๆ โอ้ว...ตื่นตาตื่นใจมากแม่เจ้า ไม่เคยมีติ่มซำมากองพะเนินเทินทึกต่อหน้าต่อตามากมายขนาดนี้มาก่อนเลยชั่วชีวิตนี้ ค่อยๆบรรจงคีบชิมอย่างละนิดอย่างละหน่อยไปอย่างอารมณ์ดีกันสองคน เป็นมื้อที่ไม่มีบทสนทนามากนัก นอกเสียจากประโยคที่ว่า "นั่นอะไรหน่ะ?" "ไอ้นั่นอร่อยไหม?" สลับฉากไปเรื่อยๆไม่มาก วินาทีนั้นเราไม่เน้นบทสนทนา มันไม่จำเป็นมากสักเท่าไหร่ ผ่านไปเกือบชั่วโมงติ่มซำบนโต๊ะพร่องไปเกินครึ่ง แต่ยังไม่มีทีท่าว่าเราจะวางตะเกียบลงทุกอย่างยังคงดำเนินต่อไปท่ามกลางความเงียบ ผ่านไปได้อีกสักครู่จู่ๆคุณบอยที่กำลังเคี้ยวอย่างอร่อยก็หยุดเคี้ยวแล้วนิ่ง เป็นอาการไม่ต่อเนื่องจนฉันต้องหยุดนิ่งตามแกไปด้วย แกนิ่งอยู่สักสองนาทีจึงหยิบน้ำขึ้นดื่ม ฉันวางตะเกียบลง เราสั่งเช็คบิลแล้วเดินออกจากร้านกันเงียบๆ ไม่มีสักคอนเม้นท์จากปากนักชิมทั้งสองคน ต่างคนต่างตั้งหน้าตั้งตาเดินดุ่มๆไปที่จอดรถเพื่อขับกลับบ้าน แต่จนแล้วจนรอด ฉันก็ทำลายความเงียบลงด้วยประโยคถนอมน้ำใจคนพาไปว่า "อิ่มจังเลยค่ะ" คุณบอยที่นั่งอัดบุหรี่หันหน้าที่พะอืดพะอมมาแล้วพูดเบาๆว่า "คำสุดท้ายกลืนไม่ลง ต้องกินน้ำตามเลย" จากนั้นความในใจของคุณบอย คนที่ชอบเที่ยวชิมของอร่อยๆตามที่ต่างๆก็พรั่งพรูออกมามากมาย รวมๆแล้วจับใจความได้ว่า ทำไมไม่รู้สึกว่าอร่อยและอยากที่จะกลับไปกินอีก? "หนูว่าเพราะรสชาติแต่ละอย่างมันไม่แตกต่างกันมาก เลยทำให้รู้สึกเลี่ยนหน่ะค่ะ" ฉันบอก แกพยักหน้าเห็นด้วย ครั้งต่อไปคุณบอยคงไม่ชวนไปกินบุบเฟ่ติ่มซำอีกต่อไปแล้ว ฉันว่า...นะ หุยยยยยยยยย เบื่อคุณบอยมารับไปทานข้าวที่ห้องคุณนนท์ตอนเที่ยง นึกว่าจะใจดี กลัวเราเหงา ที่ไหนได้ รับไปฟังคุณนนท์ชี้แจงเรื่องงาน งาน งาน แล้วก็ งาน
ไม่
หนุก
เลย
ไม่ใช่เพราะว่าขี้เกียจ (แม้จะมีส่วนอยู่บ้าง) แต่หลักๆเลยก็คือ.. คนอธิบายงาน พูดจาไม่เป็น เรียงคำพูดได้ไม่น่าฟัง ซ้ำยังอธิบายกระโดดไปกระโดดมาน่าเบื่อที่สุด เลยไม่ตั้งใจฟังเท่าไหร่ หนักเข้า หนักเข้า เราถึงกับบ่ายหน้าหนีเลยดื้อๆ นี่แหละนะ ผลของการเป็นคนที่ไม่อ่านหนังสือ จึงกลายเป็นคนพูดจาไม่ค่อยจะรู้เรื่องไปเสียอย่างนั้น ทานข้าวเสร็จจึงฉากขอตัวกลับอย่างเร็ว หันไปบอกคุณบอยที่ขับรถมาส่งว่า "หนูว่า เอางี้ ป๋าพูดกับคนงานให้หนูฟังครั้งหนึ่งนะจะง่ายกว่า อธิบายแบบนี้ไม่ไหว ไม่อยากเข้าใจ แล้วนี่ป๋าเข้าใจหนูไหม?" เฮ้อ.. เหง๊า เหงา อยู่กรุงเทพตั้งแต่วันจันทร์แล้ว (โดนคุณบอยมาเอามาโยนทิ้งไว้ที่บ้านใบตอง) เหง๊า เหงา คอมพ์ก็ไม่ดี ซ่อมก็ไม่เป็น นอนจมซีรี่ย์ทั้งวันทั้งคืน ดูแม่งตั้งแต่ซีรี่ย์ไต้หวัน ยัน ซี่รี่ย์ญี่ปุ่น แหกตาดูหามรุ่งหามค่ำเหมือนคนบ้า วันแรกมาถึงก็มานั่งเฝ้าคุณใบตองอ่านหนังสือสอบ (มิตินี้ เป็นของไม่คุ้นเล้ย เพราะไม่เคยนั่งท่องหนังสือทั้งวันอย่างนี้ อาศัยหน้าตาดีเข้าสู้ สอบแต่ละครั้งจึงผ่านไปได้ฉี่เฉี่ยวหัวเปียกปลายผมตลอด) นั่งดูความขยันของนังใบตองจนไตจะวายข้างๆมัน เด็กห่าไรวะโครตดีเลย แอบอับอายเล็กน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับตัวเอง หุ่ยยยยยยย ย ย ความไม่รับผิดชอบชั่วดีของตัวเองเมื่อครั้งก่อนๆกลับมาให้เห็นเด่นชัด ณ.วันนี้นี่เอง พยายามทำดีไถ่โทษด้วยการเอาใจคุณน้องเต็มสตรีม ป้อนข้าว ป้อนน้ำ ป้อนยา ป้อนขนม น้ำหวาน สารพัดอย่าง ฯลฯ ส่วนตัวเองนั่งจิบเบียร์ไปดูซีรี่ย์ไปอยู่ห้องข้างๆไม่ได้ห่าง เผื่อว่าน้องจะเรียกใช้ T^T ฮือ ฮืออ อ อ ดีกว่าอีเย็นก็ตรงที่มีเบียร์นี่หละวะ แสรดดดดดด (ซิกๆ)
ตลอดมาและเรื่อยไป
ก็เป็นแค่ ดอกไม้รู้สึกเหนื่อยจัง
เป็นความรู้สึกที่ไม่อยากจดจำ
เคยบอกตัวเองหลายครั้งว่า อย่าเขียนอะไรตอนที่อารมณ์ไม่นิ่งนะ ยิ่งตอนที่โกรธ อย่าได้พิมพ์เลยแม้แต่คำเดียว
เรามันนิสัยไม่ดี เวลาโกรธ ไม่พอใจอะไรสักอย่างจะแรงกว่าคนอื่นล้านเท่า เคยเขียนอะไรที่ไม่โกหกตัวเอง แต่...พ่อเข้ามาอ่านแล้วตำหนิว่า ทำไมหยาบจัง?
ก็พ่อบอกหนูเองไม่ใช่เหรอว่า คนเราโกหกอะไรก็โกหกได้ แต่อย่าโกหกไดอารี่ เพราะมันเท่ากับโกหกตัวเอง
แล้ว...หนูทำอะไรผิดที่ตรงไหนเหรอคะ?
จะเสแสร้งไปถึงไหน คนเรา หนูไม่ใช่ดาราถึงต้องรักษาภาพ หนูไม่ใช่นักเขียนใหญ่อย่างพ่อ ที่ถ้อยคำต้องสวยหรู
ถูก ตรงที่ไดอารี่ที่เราเขียนมันสะใจกว่าไดอารี่ออนไลน์ ไม่ต้องมีใครมาอ่าน มันซื่อตรงต่อหัวใจและความรู้สึกของตัวเอง
แต่ด้วยความเป็นไอ้หยิ่งนี่แหละ ไม่เห็นต้องแคร์อะไรเลย เพราะไม่ได้ทำร้ายใครเลย แค่ความรู้สึก...เท่านั้น
วันนี้เล่นแมทคลับ สนุกจัง แต่พอเล่นๆไปกลับรู้สึกว่าเหนื่อยและเบื่อ
คงเป็นเพราะนิสัยส่วนตัวที่ไม่ชอบวุ่นวายมาก พอคนมากๆก็เลยรู้สึกเหนื่อยและเบื่อ
เพื่อนคุณบอยก็มาบ้านอีกยิ่งเซ็งไปกันใหญ่ บ้านก็ปิดแล้ว ยังโทรมาให้เปิดอีก คนอะไร มารยาทไม่มี
มีใครคนหนึ่งเคยบอกไว้ว่า "สิ่งที่เสียใจที่สุดคือการเคยมี"
บางครั้ง บางเวลา เราว่ามันใช่นะ ใช่จนอยากหมุนเวลากลับไปในวันที่เราเป็นเรา
ถึงจะปั่นต้นฉบับจนเช้า แต่ก็นอนหลับ
ตื่นอีกวัน ไปส่งต้นฉบับ รับค่าเรื่อง เย็นแดรกเหล้ากับเพื่อน
ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ไปขายของที่สวนฯ อาทิตย์เย็นปาร์ตี้พี้เนื้อ กลับบ้าน
จันทร์ถึงพฤหัสนั่งดูทีวีไปปั้นดินญี่ปุ่นทำกิ๊บไว้ขายที่ท่าพระจันทร์ไปในทุกเย็น...ชีวิตโครตมีความสุข
มันหายไปไหนวะ? ชีวิตกู
งานที่ทำทุกวันนี้ เป็นงานที่เทพเท่านั้นแหละที่ทำได้
เดือนหนึ่ง หลับสนิทได้ไม่เกิน3วัน นอกนั้น คิด และ หวาดวิตก
ใครที่อดทนกับความกดดันไม่ได้ คงเป็นบ้าไปแล้ว
แล้วทำ ทำไม?
นั่นสิ...ทำไม?
แหย่เท้าลงมาแล้ว ยากที่จะชักเท้าคืน
เซ็งชิบหาย แต่ก็ต้องทน
ตอนนี้..ได้แต่พยายามสุดชีวิตแล้ว
แอบหวังไว้ในใจว่า...วันหนึ่งเมื่อทุกอย่างปกติดีแล้ว
กูจะกลับบ้าน ไปนอนนับดาว ไปนอนกลิ้งอ่านหนังสือ
ไปคนเดียวก็จะไปวะ
โครตอยากฝันเลย อยากร้องไห้ว่ะ
หอมกรุ่นกลิ่นความทรงจำ
คำเปิ๊ป จิตป่วน
ถึงเธอ...
|
|
|